วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

10 เรื่องน่ารู้ 

เมื่อถึงวันลอยกระทง

                        วันลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12  เป็นประเพณีที่ปฏิบัติต่อกันมายาวนาน    เมื่อวันลอยกระทงเวียนมาถึงอีกครั้ง นอกจากความสวยงามตระการตา  ของกระทงที่ประดับด้วยดอกไม้ แสงเทียนจากกระทงที่ลอยในแม่น้ำ และพลุไฟบนฟากฟ้าแล้ว ประเพณีลอยกระทงนั้นยังมีที่มาแต่ครั้งโบราณกาล และเต็มไปด้วยความเชื่อที่น่าสนใจที่เรานำมาบอกเล่าต่อๆ กันดังนี้ 

                     1. ประเพณีลอยกระทงจัดขึ้นเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานนี ณ แคว้นทักขินาบก ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย เมื่อครั้งกระพุทธเจ้าเสด็จแสดงธรรมโปรดนาคพิภพ
                     2. ประเพณีลอยกระทงนั้นจัดเพื่อแสดงความสำนึกบุญคุณของแม่น้ำ และเป็นการขอขมาพระแม่คงคาที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ ในการดำรงชีวิต ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าของสายน้ำ และให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างประหยัด การรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำ
                     3. การลอยกระทงเชื่อว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตที่มีอิทธิฤทธิ์ปราบพญามารได้ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ที่ท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล
                    4. การลอยกระทงถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาในการลอยทุกข์โศกไปกับสายน้ำ ระหว่างที่ลอยกระทงจึงมักอธิษฐานจิตให้เกิดความรุ่งเรืองผาสุกในชีวิต
                   5. การใส่เศษสตางค์ในกระทงเพื่อเป็นการเสริมบารมีให้มีความมั่งคั่งร่ำรวยตลอดปี
                   6. ช่วงเวลาแห่งการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ให้ได้มีโอกาสใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกัน
                  7. เป็นช่วงเวลารื่นเริงเพิ่มโอกาสในการจับจ่าย สร้างการขยายตัวของเศรษฐกิจในชุมชน
                   8. การตัดเล็บตัดผมช่วงวันลอยกระทง เชื่อว่าเป็นการตัดเคราะห์ ตัดโศก สะเดาะเคราะห์เรื่องไม่ดีให้ลอยไปกับกระทง
                    9. ส่งเสริมงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์งานหัตถกรรม ประเภทประดิษฐ์กระทงใบตอง ดอกไม้สด
                   10. สืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยที่เก่าแก่ครั้งกรุงสุโขทัย

อ้างอิงข้อมูล: สายน้ำแห่งวัฒนธรรม 

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561


วันเด็กสากล  (Universal  children day )

                     วันเด็กสากล (Universal Children’s Day) นี้  องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ วันที่ 20 พ.ย.ของทุกปี ให้เป็นวันเด็กสากล หรือ Universal Children’s day ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุก ประเทศคุ้มครองสิทธิในชีวิต สุขภาพ และสิทธิด้านการศึกษาของเด็กและเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่เด็กๆ ทั่วโลก 

                   ส่วนการจัดงานวันเด็กของแต่ละประเทศก็จะขึ้นไม่พร้อมกัน  
เช่น

ไทย จะจัดวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี 

สหรัฐอเมริกา  จัดวันเด็กแห่งชาติขึ้นในทุก ๆ วันอาทิตย์แรกของเดือนมิถุนายน พ่อแม่มักพาเด็ก ๆ ไปงานเทศกาล สวนสนุก หรือเล่นกีฬาต่าง ๆ

นอรเวย์   จัดขึ้นทุก ๆ วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันรัฐธรรมนูญนอร์เวย์ จุดเด่นของงานวันเด็กที่นี่ คือ พาเหรดของเด็ก ๆ หลากหลายรูปแบบ

ตุรกี   จัดขึ้นวันที่ 27 เมษายนของทุกปี เรียกวันนี้กันว่า lusal Egemenlik ve Çocuk Bayramı โดยมีกิจกรรมและพาเหรดมากมายจัดขึ้นตามสนามกีฬาทั่วประเทศ บางครั้งมีการเชิญเด็ก ๆ จากทั่วโลกมาร่วมงานและให้พักอาศัยกับครอบครัวชาวตุรกีราว 1 อาทิตย์ด้วย

จีน   จัดขึ้นทุก  ๆ วันที่ 1 มิถุนายน โรงเรียนในประเทศจีนมักจะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับเด็ก ๆ เช่น พาไปเข้าค่าย หรือพาไปชมภาพยนตร์ฟรี เพื่อให้เด็ก ๆ ได้พักผ่อนจากการเรียน

ญี่ปุ่น  จัดขึ้นทุก ๆ วันที่ 5 พฤษภาคม และจะเรียกวันนี้ในภาษาญี่ปุ่นกันว่า Kodomo Hi ชาวญี่ปุ่นเฉลิมฉลองวันเด็กด้วยการแขวนปลาคาร์ฟกระดาษไว้หน้าประตู และวางตุ๊กตาซามูไรตั้งไว้นอกบ้าน นอกจากนี้จะทำอาหารที่ชื่อว่า Chimaki หรือ ขนมบ๊ะจ่างญี่ปุ่นไว้ทานกันด้วย

สิงคโปร์   จัดในวันศุกร์แรกของเดือนตุลาคม ในวันนี้เด็ก ๆ ชั้นอนุบาลและประถมไม่ต้องไปโรงเรียน มีงานฉลองและกิจกรรมมากมายจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
บังคลาเทศ  จัดในวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี จุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ พึงได้รับ วันเด็กของที่นี่ไม่ใช่วันหยุด แต่ก็มีการจัดงานฉลองมากมาย ทั้งจัดการแข่งขันต่าง ๆ มีการจัดแฟชั่นโชว์จากเด็ก ๆ เป็นต้น

โปแลนด์  วันเด็กในโปแลนด์เรียกกันว่า "Dzien Dziecka" (แปลว่าวันของเด็ก ๆ ) จัดขึ้นวันที่ 1 มิถุนายนของทุกปี พ่อแม่จะมอบของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับลูก โรงเรียนก็จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก.....
https://th.theasianparent.com/

#ธรรมะดีดี  #ข้อคิด #สาระดีดี #มีประโยชน์  #คนจริง #รักจริง  #จริงใจ #น้องกิ๊กก๊อก 
เกาะติดกระแสทอดกฐิน 
..ชื่นชม และอนุโมทนาบุญ กับเศรษฐีแจกทาน ในวันทอดกฐิน.

                   ข่าวเมื่อวันที่  18 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2561  ที่วัดเขาดินญาณนิมิต  อ.พนัสนิคม   จังหวัดชลบุรี  ..เศรษฐีเมืองชลบุรี  คุณสุวิทย์ ..คุณณัฐฐิญา ...คุณสุปวีณ์ ..คุณขัตติยะ   นานอง  ...คุณข้นสุดา  กันหา   และเครือญาติ  ไ้ด้ไปทอดกฐิน   พร้อมทั้งแจกทานแก่ผู้ที่ไปร่วมงาน ทั้งที่เป็นแบ้งค์    แหวน   ข้าวสาร ฯลฯ  รวมมูลค่า  เกินกว่าล้าน    มีสาธุชน ไปร่วมงานทอดกฐินกันอย่างล้นหลาม   

  

             







                     น้องกิ๊กก๊อก  ขอตั้งจิตอนุโมทนาบุญในกุศลจิตนี้ด้วยความเคารพ  และขอให้เจ้าภาพจงเจริญ   จงร่ำรวย  ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทุกภพทุกชาติ เจ้าค่ะ  ได้เป็นเศรษฐีผู้ใจบุญ  ค้ำจุนพระพุทธศาสนาทุกภพทุกชาติ ค่ะ ...

                         
ขอบคุณ ...แหล่งข่าว...  khaosod

    #ธรรมะดีดี  #ข้อคิด #สาระดีดี #มีประโยชน์  #คนจริง #รักจริง  #จริงใจ #น้องกิ๊กก๊อก  














วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ขอแสดงความอาลัยด้วยความเคารพรักยิ่ง  
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์  (มานิต ถาวโร)
กรรมการมหาเถรสมาคมที่อายุมากที่สุด
สิริรวมอายุ 101 ปี พรรษา 81
*****************

                    วันที่  10 พฤศจิกายน​ พ.ศ.2561 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการมหาเถรฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 (ธรรมยุต) ได้มรณภาพลงอย่างสงบ  ด้วยโรคชราภาพ   ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  รวมสิริอายุ 100 ปี 316 วันพรรษา 81   และมีพิธีสรงน้ำศพ ในวันที่ 12 พฤศจิกายน  โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในการสรงน้ำศพ 


                     สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มีคุณูปการแก่การคณะสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง  ท่านเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมที่มีอายุมากที่สุดในปัจจุบัน  และเป็น 1 ใน 4 รูป  ที่มีอายุ เกิน 100 ปี ของประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย  เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย งดงาม น่าเลื่อมใส เปรียบได้กับพระกัมมัฏฐานกลางกรุง 

                       ครั้งหนึ่งเคยเดินธุดงค์ไปบนเส้นทางเดียวกับพระกัมมัฏฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ท่านปฏิบัติภาวนาพร้อมกับอย่างเคร่งครัดตามพระธรรมวินัย ยึดถือแนวปฏิบัติของหลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นสายวิปัสสนากรรมฐาน มาโดยตลอด  
                      สำหรับประวัติ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เกิด วันที่ 29 ธันวาคม  พ.ศ. 2460 ที่บ้านบ่อชะเนง ต.หนองแก้ว อ.อำนาจเจริญ   จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นจ.อำนาจเจริญ)  บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. 2472 ที่วัดบ้านบ่อชะเนง และได้ออกเดินธุดงค์ติดตามพระธุดงค์กรรมฐานสายพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ...  พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต  ... พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ปี พ.ศ. 2473  เดินธุดงค์กรรมฐานพร้อมกับคณะโดยผ่านจ.ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และจำพรรษาที่วัดป่าช้าเหล่างา ปัจจุบันคือ วัดป่าวิเวกธรรม ต.พระลับ  อ.เมือง จ.ขอนแก่น  
                     ต่อมาได้เดินทางมาเรียนนักธรรม บาลี ที่วัดสัมพันธวงศาราม และอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2480 ที่วัดสัมพันธวงศาราม ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่างๆภายในวัด จนต่อมาปี พ.ศ. 2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ส่วนลำดับสมณศักดิ์ ปี พ.ศ. 2499  เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระอริยเมธี ...ปีพ.ศ.  2507 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชกวี ... ปี พ.ศ. 2514 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพปัญญามุนี... ปี พ.ศ. 2519เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมบัณฑิต ...ปี พ.ศ. 2532 ได้รับการสถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่พระอุดมญาณโมลี และปี พ.ศ. 2544  ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์. จนถึง ปี พ.ศ. 2561 (มรณภาพ)
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.dailynews.co.th/regional/676407

#ธรรมะดีดี  #ข้อคิด #สาระดีดี #มีประโยชน์  #คนจริง #รักจริง  #จริงใจ #น้องกิ๊กก๊อก  

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

"บุญทอดกฐินนั้น..เป็นบุญใหญ่ 

เพราะเป็นกาลทานที่จำกัดด้วยกาลเวลา"

******************
                     ถึงเทศกาลกฐินทีไร  น้องกิ๊กก๊อก ประทับใจเรื่องราวของนายติณบาลทุกครั้ง  เพราะนายติณบาล ทำในสิ่งที่ทำได้ยาก  แม้ทำได้น้อย แค่เข็มกับด้าย  แต่ก็ได้อานิสงส์ใหญ่  เพราะฉะนั้นอยากนำเรื่องนายติณบาลมาให้อ่านกันอีกรอบนะคะ  

                      เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีชายผู้หนึ่งยากจนมาก จนถึงขนาดไม่มีชื่อ เขาได้มาอาศัยอยู่กับเศรษฐีท่านหนึ่ง มีหน้าที่เกี่ยวหญ้า ท่านเศรษฐีจึงตั้งชื่อให้เขาว่า “นายติณบาล” (ผู้ดูแลรักษาหญ้า)

                   วันหนึ่ง ท่านเศรษฐีต้องการทำบุญทอดกฐิน จึงแจ้งข่าวให้เหล่าบริวารทราบ เพื่อจะได้มาร่วมบุญกับท่าน นายติณบาลทราบข่าวบุญกฐินนั้น  เขาเกิดจิตศรัทธาอยากร่วมบุญกฐินกับท่านเศรษฐี แต่เขาไม่มีทรัพย์ใดติดตัวเลย นายติณบาลจึงรีบกลับบ้านเพื่อดูว่ามีทรัพย์สิ่งของใดที่พอจะทำทานได้บ้าง ก็ไม่เห็นมีอะไร  

              นายติณบาลจึงตัดสินใจนำเสื้อผ้าของตนซึ่งมีอยู่เพียงชุดเดียวไปขาย เพื่อจะได้ร่วมบุญกฐิน และนำใบไม้มาเย็บเป็นผ้านุ่งกันอุจาด เมื่อเดินไปถึงตลาด ประชาชนเห็นการแต่งกายของนายติณบาลเช่นนั้น ต่างพากันหัวเราะเยาะอย่างขบขัน แต่นายติณบาลกลับพูดว่า “พวกท่านอย่าหัวเราะเราเลย เราจะนุ่งใบไม้เป็นชาติสุดท้าย ชาติหน้าเราจะนุ่งผ้าทิพย์”
                  พ่อค้าคนหนึ่ง แม้จะขบขันนายติณบาลแต่ก็รับซื้อไว้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าจะนำมาทำอะไร โดยให้ราคาห้ามาสก เมื่อขายเสื้อผ้าของตนแล้ว นายติณบาลจึงมาปรึกษากับท่านเศรษฐีว่า จะนำเงินนี้ไปทำอย่างไรดี ท่านเศรษฐีจึงได้แนะนำให้ไปซื้อด้ายและเข็ม นายติณบาลจึงนำเงินนั้นไปที่ตลาดเพื่อซื้อด้ายและเข็มท่ามกลางเสียงหัวเราะอีกครั้ง หลังจากที่นายติณบาลซื้อเข็มกับด้ายแล้ว จึงนำมาร่วมบุญกฐินกับท่านเศรษฐี เมื่อท่านเศรษฐีเห็นดังนั้นก็เกิดความปีติ และได้อนุโมทนากับนายติณบาล แล้วนำเข็มกับด้ายนั้นมาเป็นบริวารกฐิน
                การกระทำของนายติณบาลทำให้ท้าวสักกเทวราช ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เกิดร้อนรุ่ม จึงส่องทิพยเนตรตรวจดู ได้เห็นการ กระทำที่ทำได้โดยยากนั้น จึงเกิดความศรัทธาเลื่อมใส ท้าวสักกเทวราชได้มาปรากฏกาย  ประทับยืนสว่างไสวอยู่กลางอากาศ ที่บ้านของนายติณบาล ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก ท้าวสักกเทวราชจึงแนะนำพระองค์เองว่า “เราเป็นท้าวสักกะ เรามีจิตเลื่อมใสในการกระทำของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง เธอปรารถนาสิ่งใดก็จงขอเรามาเถิด เราจะให้พรเธอสี่ประการ”
                        นายติณบาลได้ฟังดังนั้น จึงขอพระสี่ประการ ดังนี้...
               1.ขออย่าให้กระผมได้ข่มเหงสตรี ทั้งด้วยกาย วาจา และใจ
                2.ขออย่าให้กระผมมีความตระหนี่ในการทำทาน
                3.ขออย่าให้กระผมมีคนพาลเป็นมิตร
               4.ขอให้กระผมได้มีภรรยาที่ดี มีศีลมีธรรม
                      ท้าวสักกเทวราชจึงถามว่า “เธอเป็นคนยากจน ทำไมจึงไม่ขอให้มีทรัพย์มากๆเล่า”

                  นายติณบาลตอบว่า “การได้เป็นคนดีและมีคนรอบข้างเป็นคนดี นับว่าเป็นทรัพย์อันประเสริฐแล้ว”
                    ท้าวสักกเทวราชเมื่อทราบเหตุผลดังนี้ จึงอนุโมทนา และให้พรทั้งสี่ประการตามที่นายติณบาลขอ ข่าวการทำทานของนายติณบาลร่ำลือไปไกลจนพระราชาทรงรับทราบ  จึงทรงเรียกตัวนายติณบาลมาตรัสถาม เมื่อทรงทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงทรงขอแบ่งส่วนบุญ พร้อมทั้งพระราชทานทรัพย์ให้แก่เขา
                     ตั้งแต่นั้นมา นายติณบาลจึงกลายเป็นเศรษฐี ด้วยผลบุญในปัจจุบันนั้นเอง เมื่อใกล้จะละโลก เขาได้ระลึกถึงการกระทำอันยิ่งใหญ่ซึ่งทำได้โดยยาก โดยเฉพาะบุญที่ได้ร่วมทอดกฐินถวายแด่พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า คตินิมิตก็ใสสว่างด้วยอำนาจบุญที่ได้กระทำมาดีแล้ว ครั้นละโลกแล้ว บริวารได้มารอรับกันอย่างมากมาย เพื่ออัญเชิญให้เทพบุตรใหม่ขึ้นเทวรถ กลับสู่วิมาน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทพบุตรใหม่เสวยทิพยสมบัติอันตระการตา
                     มาถึงภพชาติสุดท้าย เขาได้มาบังเกิดในยุคสมัยของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เกิดเป็นชายและได้ออกบวชในพระพุทธศาสนา  ได้บรรลุอรหัตผลในที่สุด ด้วยอำนาจแห่งบุญที่ทำมาดีแล้ว  จะเห็นว่า บุญที่เกิดจากการทอดกฐินนั้น หากทำอย่างทุ่มเทด้วยจิตที่เลื่อมใสเต็มที่แล้ว แม้ทรัพย์จะน้อย แต่ผลบุญนั้นมาก 

                 น้องกิ๊กก๊อกจึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีบุญทั้งหลาย มาสั่งสมบุญด้วยการทอดกฐินสามัคคี ณ วัดพระธรรมกาย และวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2561  และวันตามตาราง โดยพร้อมเพรียงกัน..  หรือใกล้วัดไหนไปวัดนั้นก็ได้ พระพุทธศาสนาจะได้เจริญรุ่งเรือง พระสงฆ์จะได้ไม่โดดเดี่ยวเดียวดาย..น้องกิ๊กก๊อกขอกราบอนุโมทนาบุญด้วยนะเจ้าค่ะ




(ขอบคุณเรื่องราว จากโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา เรื่องอานิสงส์กฐิน - นายติณบาล  ...)

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...