วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน พายุฟานทองไต้ฝุ่นระดับ 5.

กรมอุตุฯ ประกาศเตือน 

พายุฟานทองไต้ฝุ่นระดับ 5.


              วันที่ 26 ธันวาคม 2562เมื่อเวลา 04 00 น ของวันนี้ 26 ธค 2562 พายุระดับ 5 ไต้ฝุ่นฟานทอง บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางหรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13จุด0 องศาเหนือ ลองจิจูด 118 จุด 9 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงและสลายตัวในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 28 29 ธค 2562 โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป
              ในช่วงวันที่ 27 ถึง 30 ธันวาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลงและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2 ถึง 4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1ถึง3 องศาเซลเซียส
            สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http//www tmd go th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พศ 2562 เวลา 05 00 น กรมอุตุฯ จะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 26 ธันวาคม พศ 2562 เวลา 11 00 น
ขอบคุณที่มาจาก กรมอุตุฯ, siamvariety
ขอบคุณข่าว ....https://youlovenews.com/?p=3719

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


คนจนผู้ยิ่งใหญ่ ลุงเก็บของเก่า ขอบริจาคเงินทั้งหมด ที่หามาทั้งชีวิต ก่อนสิ้นลมหายใจ.


เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียลขณะนี้ วันที่ 25 ธันวาคม 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เกียรติศักดิ์ เสาที ได้มีการโพสต์เรื่องราว ของคุณลุงเก็บของเก่าคนหนึ่ง ที่ถึงแม้ตัวจะจากไป แต่จิตใจยั่งยึดมั่นในการทำบุญ โดยได้ระบุว่า RIP ตาต้อย ชายเก็บของเก่า หน้า7 11บ้านหมี่ ถึงแกจะจากไปแกยังให้ญาติๆเอาเงินทั้งหมดที่หามาทั้งชีวิตไปถวายวัด จิตใจแกช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ดูคนอย่าดูแค่ภายนอก หลับให้สบายนะน้าต้อย หลังจากที่เรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความเสียใจ และเชิดชูในความดีของลุง
ภาพจาก เกียรติศักดิ์ เสาที
ภาพจาก เกียรติศักดิ์ เสาที
ภาพจาก เกียรติศักดิ์ เสาที
ภาพจาก เกียรติศักดิ์ เสาที
โพสต์
ขอบคุณ เกียรติศักดิ์ เสาที, siamnews

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562

6 วิธีเลี้ยงลูกให้ “มองโลกในแง่ดี”


6 วิธีเลี้ยงลูกให้ “มองโลกในแง่ดี”


การฝึกลูกให้เป็นคนมองโลกในแง่ดีนั้นเริ่มต้นที่พ่อแม่
คุณพ่อคุณแม่เคยสงสัยกันบ้างไหมคะ ว่าจะเลี้ยงลูกให้ “มองโลกในแง่ดี” ได้อย่างไร เราจะปลูกฝังความคิดในเชิงบวกให้เขาได้ด้วยวิธีการใดบ้าง เพราะท้ายที่สุดแล้ว เด็กที่มองเห็นว่าแก้วยังมีน้ำเหลือครึ่งใบย่อมจะรับมือกับความท้าทายในชีวิตได้ดีกว่าและมีความสุขมากขึ้น และนี่คือ 6 เคล็ดลับที่ที่จะช่วยคุณพัฒนามุมมองที่สุดใสต่อชีวิตและส่งต่อมันให้กับลูก ๆ ของพวกคุณ
มีเหตุผลหลายประการในการส่งเสริมการมองโลกในแง่ดีให้กับเด็ก ๆ ของเรา รวมถึงผลกระทบทางบวกในระยะยาวที่มีต่อจิตใจและร่างกายของพวกเขา (คุณรู้หรือไม่ว่าคนมองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตอยู่เกิน 100 ปี) แต่คุณจะทำอย่างไรในการสร้างคนที่มองโลกในแง่ดี นำเคล็ดลับทั้ง 6 ข้อนี้ไปใช้ในการฝึกหัดลูกของคุณ เฝ้าดูคุณประโยชน์ที่คุณจะได้รับได้เลย เพราะมันจะขยายไปถึงส่วนที่เหลือภายในครอบครัวของคุณ

หยุดถ่ายทอดความขี้บ่นไปที่ลูกของคุณ
1. หยุดบ่นเสียที
เมลิสสา บอลด์ฟอล มักจะพบว่าตัวเธอเองแสดงความกังวลออกมาดัง ๆ ขณะที่เธอขับรถพาลูกชายของเธอวัย 2 และ 4 ขวบฝ่าสายฝนซีในเมืองแอตเทิลเพื่อไปยังศูนย์รับเลี้ยงเด็ก “เราไม่มีทางไปถึงที่นั่นหรอก” หรือเธออาจจะพูดว่า “เราไปสายกันตลอดเลย” การมุ่งเน้นไปที่ความคิดเชิงลบและความผิดหวังเป็นการมองในแง่ร้ายแบบที่คลาสสิกที่สุด ยิ่งคุณคร่ำครวญเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินหรือวันทำงานที่ยากลำบากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นที่ลูกของคุณจะได้เรียนรู้การทำสิ่งเดียวกัน ให้ลองพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เหมาะสมกว่าเดิม “ฉันจัดการโปรเจคใหม่แบบอยู่หมัด” ไม่ก็ “ฉันเจอคนนิสัยดี๊ดีตอนแวะไปที่ไปรษณีย์”
ในระหว่างมื้ออาหารค่ำ เจนน์ แมคเครียรี่ย์ คุณแม่ชาวฟิลาเดเฟียรับบทเป็น “กุหลาบและหนาม” กับลูกฝาแฝดวัย 9 ขวบของเธอ สมาชิกครอบครัวแต่ละคนเปิดเผยสิ่งที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในวันนั้น แทนที่จะบ่นเกี่ยวกับขวากหนามที่ประสบมา เป้าหมายคือการมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวในมุมบวก ส่วนที่เครียรีย์รู้สึกว่าเป็นโบนัสก็คือ “พวกเราทุกคนรู้สึกว่ามีความหวังเสมอสำหรับวันพรุ่งนี้” เธอกล่าว
2. มีความคาดหวังสูง
แม้กระทั่งก่อนที่ลูกชายของเธอจะเริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล พริสซิลลา เบเกอร์ ก็เริ่มโพสต์รายการสิ่งที่ต้องทำและแปะไว้เหนือสวิตช์ไฟในห้องของลูก ๆ เพื่อเตือนให้พวกเขาเก็บเตียง แต่งตัว แปรงฟัน และจัดห้องให้เป็นระเบียบ “พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ลงมารับประทานอาหารเช้าจนกว่าพวกเขาจะเสร็จงานทั้งหมด” คุณแม่จากครอบครัวแบล็กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย กล่าว ในขณะที่เธอเริ่มต้นด้วยความคิดที่จะลดภาระงานของตัวเอง เบเกอร์ตระหนักอย่างรวดเร็วว่าเด็ก ๆ ของเธอก็ได้รับประโยชน์จากงานบ้าน “พวกเขาลงมาชั้นล่างอย่างตื่นเต้นและพูดว่า” ‘แม่ค้าบ พวกหนูจัดเตียงของหนูเรียบร้อยแล้ว แม่ไปเช็คสิ’ พวกเขารู้สึกภูมิใจมาก” เธอกล่าว
เด็ก ๆ จะไม่พัฒนาทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี ทัศนคติว่าพวกเขา “ทำได้” เว้นแต่พวกเขาจะมีโอกาสพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง “การมอบหมายให้เด็กทำงานให้สำเร็จทำให้พวกเขารู้สึกมีความสามารถ” ดร.ทาร์มา แชนสกี้ นักจิตวิทยาเด็กและผู้เขียน Freeing Your Child From Negative Thinking กล่าว งานบ้านจำเป็นจะต้องเหมาะสมกับอายุ เนื่องจากประเด็นคือเด็กจะต้องทำมันให้สำเร็จได้ เด็กอายุ 2 ขวบสามารถรถหยิบของเล่นของเธอได้ และเด็กวัย 3 ขวบสามารถใส่เสื้อผ้าที่สกปรกลงในตะกร้า และเด็กวัย 4 ขวบสามารถนำจานไปที่อ่างล้างจาน และเด็ก 5 ขวบก็สามารถจัดการกับถังขยะได้ ส่วนเด็กอายุ 6 ขวบก็สามารถจัดเรียงเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้วได้

ให้รับผิดชอบงานบ้านที่เหมาะสมกับวัย

3. สนับสนุนการรับความเสี่ยงอย่างสมเหตุสมผล
เราทุกคนต่างพยายามดิ้นรนเพื่อปกป้องเด็ก ๆ จากการได้รับบาดเจ็บทางกายหรือทางความรู้สึก เป็นเรื่องน่าอายที่จะล้มหน้าบาร์โหนในสนามเด็กเล่นต่อหน้าเพื่อน ๆ หรือเข้าร่วมการแข่งขันฮ็อคกี้น้ำแข็งทั้งที่เล่นสเก็ตน้ำแข็งไม่เป็น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่คุณจะต้องการปกป้องลูกของคุณจากสถานการณ์ประเภทนี้ แต่การทำให้เขาท้อใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เพราะเขาอาจจะไม่เก่งเท่ากับเด็กคนอื่น ๆ ก็สามารถทำลายความเชื่อมั่นในตัวของเขาได้ และกระตุ้นให้การมองโลกในแง่ร้ายซึมซาบเข้าไปในตัวเขาอย่างไม่รู้ตัว
ดร.มิเชลล์ ทอมป์สัน ผู้เขียน Homesick and Happy: How Time Away From Parents Can Help a Child Grow เน้นย้ำว่า พ่อแม่ต้องเริ่มปล่อยวางให้มากขึ้น ควรอนุญาตให้ลูกน้อยวัยอนุบาลของคุณเล่นคนเดียวในสนามหลังบ้านหรือออกไปทัศนศึกษาที่โรงเรียนโดยที่คุณไม่ต้องคอยเป็นพี่เลี้ยง เมื่อเวลาผ่านไป คุณควรสร้างความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าเดิม เช่น การปีนหน้าผาหินจำลองหรือการไปออกค่ายพักแรม “คุณไม่ต้องการให้ลูกกลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ” ดร.ทอมป์สันกล่าว “คุณต้องการให้เขากลับบ้านแล้วพูดว่า ‘แม่ หนูลองทำแล้ว!’ ”
4. รอก่อนแสดงปฏิกิริยา
เมื่อดร. เรย์วิชได้ยินว่ามีเด็กป.สองคนหนึ่งเรียกลูกของเธอว่ายัยอ้วน สัญชาตญาณแรกของเธอคือโทรหาพ่อแม่ของเด็กคนนั้น แต่เธอยั้งตัวเองไว้ “ฉันต้องการสอนเชย์น่าให้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง” เธอกล่าว ดังนั้นพวกเขาทั้งคู่จึงวางแผนสิ่งที่เชย์น่าสามารถพูดได้ในครั้งต่อไปที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ้มื่อทำเช่นนั้นเชย์น่าก็ส่งบทที่เธอเตรียมไว้: “หนึ่งนะ ฉันไม่อ้วน ข้อที่สอง นั่นไม่ใช่เรื่องดีที่จะพูดกับเพื่อน” ผู้หญิงคนนั้นจึงขอโทษและเชย์น่ากลับบ้านมาด้วยความรู้สึกมีพลัง การควบคุมสัญชาตญาณของ “แม่หมี” เอาไว้ ทำให้คุณควบคุมตัวเองได้อย่างมหาศาล เมื่อลูกของคุณพยายามที่จะเปล่งเสียงคำใหม่หรือใช้เวลานานในการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นที่เหมาะสม มันเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะเข้าไปแทรกแซงอย่างรวดเร็ว “แต่การให้ลูกของคุณพยายามแก้ไขสิ่งต่าง ๆ โดยปราศจากความช่วยเหลือของคุณ จะช่วยเพิ่มความรู้สึกประสบความสำเร็จและทำให้เธอมองโลกในแง่ดีมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เธอสามารถทำได้ในอนาคต” ดร. เรย์วิชกล่าว

สอนให้เขาเห็นถึงศักยภาพที่ตัวเองมีเสมอ

5. ยอมรับการต่อสู้
เมื่อลูกสาววัยป.หนึ่ง แบลร์ ทำงานอย่างหนักหน่วงบนใบงาน เธอมักจะพูดอย่างโมโหว่า “เลขฉันห่วยแตกมาก” โชคไม่ดีที่ความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กที่จะรู้สึกบกพร่องอย่างถาวร “ฉันไม่ฉลาด” “ฉันเตะบอลไม่เก่ง” “ฉัดวาดรูปไม่เป็น”
เพื่อป้องกันข้อสรุปประเภทนั้น ให้ลองเปลี่ยนมุมมองของเด็กดู ดร.แอนดรูว์ ซัตเต้ นักจิตวิทยาซึ่งเป็นผู้สร้างโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อช่วยให้เด็ก ๆ มีพลังผ่านความท้าทาย กล่าวไว้ เพื่อปรับปรุงความคิดให้เป็นบวกมากขึ้น คุณอาจบอกว่า “กีฬาที่เรียนรู้ใหม่ก็อาจจะยากในช่วงแรก” “แม่รู้ว่าลูกยังพอบอกไม่ว่าตอนไหน แต่ลูกทำมันได้แน่นอน” และทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดียว เด็ก ๆ คนอื่นในห้องก็รู้สึกคับข้องใจเหมือนลูกนั่นแหละ ช่วยเขาให้มีความหวังด้วยการพูดถึงทักษะอื่นที่เขาทำจนเป็นผู้เชี่ยวชาญ: “จำได้ไหมว่าตอนที่ลูกอ่านหนังสือไม่ออก ลูกใช้ความพยายามมากแค่ไหน คราวนี้ลูกก็จะผ่านสิ่งนี้ไปได้เหมือนกัน”
6. อยู่กับโลกความจริง
ครอบครัวของเทรซี่ เรียนเนอร์ท ย้ายมาที่ฟลอริดา ลูกชายวัย 6 ขวบของเธอ แมทท์ ก็มีปัญหาในช่วงแรก “หนูไม่มีเพื่อนเลย” เขาโอดครวญกับแม่ของเขา เพื่อเป็นการให้กำลังใจ เธอถูกลวงให้บอกลูกว่า “ลูกมีเพื่อนมากมายในรัฐนิวเจอร์ซีย์และเมื่อเด็ก ๆ ที่นี่รู้ว่าลูกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมมาก พวกเขาจะขอเป็นเพื่อนกับลูกเอง” แต่เธอก็กัดลิ้นเอาไว้ไม่พูดมันออกไป เด็ก ๆ สามารถมองเห็นในการส่งเสริมการเห็นคุณค่าที่มีในตนเอง ดร. ชัตเต้กล่าว เป็นเรื่องน่าขันที่ว่าการให้ความมั่นใจกับลูกของคุณว่าทุกอย่างจะออกมาดีกลับจะมีผลตรงกันข้าม “การมองโลกในแง่ดีต้องมีการคิดบนพื้นฐานความเป็นจริงมากกว่าคิดไปในเชิงบวก” ดร. แชนสกี้กล่าว “วิธีนี้จะทำให้ลูกของคุณพร้อมสำหรับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ”
การเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นนั้นสำคัญมากนะคะ พ่อแม่ไม่ควรที่จะถ่ายทอดพลังในทางลบให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นการปรักปรำตัวเองว่าไม่มีความสามารถพอ หรือการพร่ำบ่นถึงแต่ปัญหาที่แก้ไม่ตก หากอยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี พ่อแม่ก็ต้องช่วยหล่อหลอมความคิดเขาตั้งแต่ยังเด็กค่ะ
ขอบคุณ ข้อมูลจาก .... https://bit.ly/2sgbkjK

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562

บารัค โอบามา เชื่อผู้นำหญิงดีกว่าผู้ชาย

บารัค โอบามา เชื่อผู้นำหญิงดีกว่าผู้ชาย

บารัค โอบามา เชื่อผู้นำหญิงดีกว่าผู้ชาย – BBCไทย


นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นว่าหากทุกประเทศในโลกใบนี้ได้ผู้หญิงเป็นผู้นำแล้วละก็ ผลลัพธ์และมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้คนบนโลกนี้จะดีขึ้น
แม้จะไม่เห็นว่าผู้หญิงมีความสมบูรณ์แบบ แต่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นว่าผู้หญิงนั้น “ดีกว่าผู้ชายอย่างไม่มีอะไรมาโต้แย้งได้”
นายโอบามาซึ่งพูดเรื่องนี้ในการประชุมว่าด้วยความเป็นผู้นำซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาส่วนใหญ่ในโลกนี้เกิดขึ้นเพราะคนอายุมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เป็นผู้มีตำแหน่งหรืออยู่ในอำนาจ
สำหรับเขาเองขณะอยู่ในตำแหน่ง ก็เคยคิดอยู่เช่นกันว่าโลกจะเป็นอย่างไรหากมีสตรีเป็นผู้นำ “ผู้หญิงทั้งหลาย ผมอยากให้คุณรู้ว่า พวกคุณไม่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ผมบอกได้คือว่า พวกคุณดีกว่าพวกเรา (ผู้ชาย) อย่างไม่มีอะไรมาโต้แย้งได้”
“ผมมั่นใจเหลือเกินว่าหากทุกชาติในโลกนี้ได้ผู้หญิงเข้ามาบริหาร คุณจะได้เห็นพัฒนาการรอบด้านอย่างชัดเจน…ทั้งผลลัพธ์และมาตรฐานความเป็นอยู่”
เมื่อถามว่าเขาคิดจะกลับไปเป็นผู้นำทางการเมืองอีกไหม นายโอบามา บอกว่าเขาเชื่อว่าคนเป็นผู้นำจะเปิดทางให้ผู้อื่นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
จาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์
Reuters
จาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์
“หากคุณมองดูว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นในโลก จะเห็นว่ามักจะเป็นคนแก่ มักจะเป็นผู้ชาย ที่ไม่ยอมเปิดทางให้คนอื่น” นายโอบามา กล่าว
นายโอบามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปี 2009-2017 และนับตั้งแต่พ้นจากตำแหน่งเขาและนางมิเชล โอบามา ได้ก่อตั้งมูลนิธิที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้นำรุ่นใหม่ทั่วโลก
นางซันนา มารีน
Getty Images
นางซันนา มารีน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฟินแลนด์
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางซันนา มารีน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฟินแลนด์ กลายเป็นนักการเมืองหญิงที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคนหนึ่งเพราะเธอก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งขณะมีอายุ 34 ปี สร้างสถิติเป็นนายกรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในโลก
นางมารีน เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของฟินแลนด์ และเป็นแกนนำรัฐบาลผสมสายกลางซ้ายของฟินแลนด์ที่ประกอบไปด้วย 5 พรรคการเมือง ซึ่งล้วนมีหัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดย 4 ใน 5 เป็นนักการเมืองหญิงรุ่นใหม่อายุไม่ถึง 35 ปี
ขณะที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นผู้นำที่มีอายุมากที่สุดในปัจจุบัน คือ 94 ปี เขาหวนคืนอำนาจหลังกำชัยชนะในศึกเลือกตั้งมาเลเซียปี 2018 เหนือคู่แข่งขัน-ผู้เป็น “ศิษย์การเมือง” อย่างนายนาจิบ ราซัค
ดร.มหาเธร์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 1981 โดยขณะนั้นเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของมาเลเซีย

กรมอุตุฯ เผยสุดสัปดาห์นี้ อุณหภูมิลด..อีกรอบ ใต้มีฝนเพิ่ม

เตรียมเสื้อกันหนาวรอเลย! 

กรมอุตุฯ เผยสุดสัปดาห์นี้

อุณหภูมิลด..อีกรอบ ใต้มีฝนเพิ่ม


เตรียมเสื้อกันหนาวรอเลย! กรมอุตุฯ เผยสุดสัปดาห์นี้อุณหภูมิลดลงอีกรอบ ขอให้ประชาชนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย เตือนภาคใต้ฝนถล่มเพิ่ม ทะเลมีคลื่นสูง 

กรมอุตุฯ / วันที่ 18 ธ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งและมีแดดจัด บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส
สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-14 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้

ขอบคุณ link ข่าว https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_3209511

เตือนภัยโจรสายเปย์ วางยาหมดร้าน เลี้ยงก่อนล้วง

 เตือนภัยโจรสายเปย์ 
วางยาหมดร้าน
เลี้ยงก่อนล้วง 

เตือนภัยมิจฉาชีพ แต่งตัวดี มาในคราบลูกค้าร้านคาราโอเกะ ชวนเจ้าของร้าน ลูกสาว เด็กเสิร์ฟ ร่วมดื่มก่อนวางยานอนสลบกันหมดร้าน ล้วงกระเป๋าเอาสร้อยทอง 3 บาท พระเลี่ยมทอง หลบหนีเย็นวันที่ 17 ธ.ค. 62 พ.ต.ต.สัญชัย เมธีวิวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี ได้มีนางระเบียบ นามพล อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ม.5 ต.ทุ่งเขาหลวง อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พา น.ส.บุญเหลือ ลาบุตร “เจ๊วิ” อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน “วิภาดา คาราโอเกะ” น.ส.นิภาวรรณ คุณเศษ อายุ 21 ปี ลูกสาวเจ้าของร้าน และนายเกษมสุข อายุ 22 ปี สาวประเภทสอง เด็กเสิร์ฟ ซึ่งทุกคนถูกวางยานอนหลับ และคอยจะหลับตลอดเวลา เดินทางเข้าแจ้งความว่าผู้เสียหายทั้ง 3 คน ถูกคนร้ายทำทีเป็นนักดื่ม มาวางยานอนหลับ ก่อนฉกทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พระเลี่ยมทอง 1 องค์ กุญแจรถยนต์ และเงินสดจำนวนหนึ่ง หลบหนีไป
นางระเบียบ นามพล แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ใกล้ร้านเกิดเหตุ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 16 ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา ได้มีชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 กว่าปี รูปร่างท้วม ผิวขาว สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวคอปกสีขาว สวมกางเกงขายาวสีดำ สวมหมวก และมีผ้าปิดปาก ทำทีมาเป็นลูกค้า เข้ามานั่งดื่มเบียร์ที่ร้าน "วิภาดา คาราโอเกะ" เลขที่ 88/2 ม.4 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยบอกว่าเขาพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ จากนั้นได้ชวนให้ทุกคนมาร่วมนั่งดื่มเบียร์ โดยเป็นคนเลี้ยงทั้งหมดแบบไม่อั้น และเมื่อทุกคนนั่งไปได้สักพัก ชายคนดังกล่าวได้ให้เด็กเสิร์ฟ ออกไปซื้อเครื่องดื่มบำรุงร่างกายกล่องสีม่วงมา 4 ขวด จากร้านสะดวกซื้อ ที่อยู่แถวร้านคาราโอเกะ
จากนั้นคนร้าย บอกให้ทุกคนดื่มให้หมด พร้อมจะให้เงินคนละ 300 บาทด้วย เมื่อทั้ง 3 ดื่มก็เริ่มมีอาการสะลึมสะลือ จำอะไรไม่ได้ นอนสลบกันเกลื่อน นางระเบียบ กล่าวอีกว่า ตนซึ่งพักอาศัยอยู่บน ชั้น 2 ของร้านคาราโอเกะดังกล่าว ได้ลงมา เมื่อช่วงเวลาประมาณตี 1 เห็นคนทั้ง 3 นอนสลบกันหมด จึงได้รีบโทรศัพท์ ไปหานายอนุรักษ์ จันทร์ดำ อายุ 30 ปี หลาน นางบุญเหลือ เจ้าของร้าน เพื่อให้มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเมื่อนายอนุรักษ์มาถึงก็เห็นชายคนดังกล่าวยืนอยู่ห่างจาก ร้านคาราโอเกะไม่มากนัก โดยที่สวมถุงมือยางทั้ง 2 ข้าง และมีท่าทีลุกลี้ลุกลน ก่อนจะรีบวิ่งไปขับรถเก๋ง สีเทา ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ซึ่งจอดห่างร้านไปประมาณ 100 เมตร หลบหนีไป
"เมื่อมาตรวจดูทรัพย์สิน และพบว่า สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น พระเลี่ยมทองหลวงพ่อโต 1 องค์ กุญแจรถยนต์ เงินสดจำนวนหนึ่ง หายไป จึงรีบนำทั้ง 3 คนส่งโรงพยาบาลปทุมธานี และเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น จึงพากันมาแจ้งความดังกล่าว"

ขอบคุณ ข่าว...https://www.thairath.co.th/news/local/central/



วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ตะลึง “ตดเพชฌฆาต” ฆ่ายุงในรัศมี 10 กิโลฯ จ่อทำขาย


ตะลึง “ตดเพชฌฆาต”

ตะลึง “ตดเพชฌฆาต” ฆ่ายุงในรัศมี 10 กิโลฯ ชายโวเซ็นสัญญาบริษัทสเปรย์-จ่อทำขาย

– วันที่ 13 ธ.ค. เดอะซัน รายงานเรื่องราวสุดพิสดารของ นายโจ รวามิรามา ชายชาวยูกันดาวัย 48 ปี จากกรุงกัมปาลา หลังเปิดเผยว่าเพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัทผลิตสเปรย์กำจัดแมลง เพื่อให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาหารสารเคมีที่อยู่ใน “ตดเพชฌฆาต” ซึ่งชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างรู้จักนายรวามิรามาเป็นอย่างดีในฐานะผู้ผายลมพิฆาตที่สามารถฆ่าแมลงและยุงได้ในรัศมีเกือบ 10 กิโลเมตร

 นายรวามิรามากล่าวว่าไม่มีใครในหมู่บ้านของตนที่ป่วยเป็นโรคมาลาเรีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสุดยอดพลังจากตดของตน นายเจมส์ โยเวอรี ช่างตัดผมท้องถิ่น กล่าวว่านายรวามิรามาเป็นคนดังที่คนทั้งเมืองรู้ว่าสามารถฆ่ายุงได้ด้วยการผายลม “เขาได้รับการเคารพจากผู้คนรอบข้าง และจะผายลมต่อเมื่อมียุงชุกชุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรีย ตดของเขาช่วยกำจัดโรคร้าย”
ตะลึง “ตดเพชฌฆาต”
Joe Rwamirama says no one in his home village has ever contracted malaria because his powers knock out insects over a six mile radius. /thesun/
 ขณะที่ชายอีกคนซึ่งสนิทและโตมากับนายรวามิรามา เปิดเผยว่าได้ยินเรื่องพรสวรรค์ของนายรวามิรามา เลยพาเพื่อนไปยังแหล่งยุงชุม “เขาผายลมและนั่นทำแมลงตาย”

 นายรวามิรามาบอกว่ากินอาหารปกติทั่วไปเหมือนคนอื่นๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแมลงไม่เข้าใกล้ตน แม้แต่แมลงวัน “ผมมีกลิ่นตัวเหมือนคนทั่วไป ผมอาบน้ำทุกวัน และกลิ่นผายลมของผมก็ไม่ต่างจากคนอื่น มันแค่อันตรายกับแมลงตัวเล็กๆ โดยเฉพาะยุง” นายรวามิรามายังกล่าวหวังว่าจะได้เห็นการตลาดจำหน่ายกระป๋องสเปรย์ที่ทำมาจากตด หรือสารเคมีที่สกัดมาจากตดของตน
ตะลึง “ตดเพชฌฆาต”
Joe Rwamirama, 48, from Uganda says boffins have launched a study into the chemical properties of his unique trouser toxin. /thesun/
ตะลึง “ตดเพชฌฆาต”
Joe is quick to assure people his farts are only noxious to insects. Credit: Getty

ขอบคุณ link ข่าว ....https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_3180130

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ชวนชม 'ฝนดาวตกเจมินิดส์' 13 -14 ธ.ค. นี้


ชวนชม 'ฝนดาวตกเจมินิดส์' 13 -14 ธ.ค. นี้

ชวนชมฝนดาวตก"เจมินิดส์" คาดการณ์ว่าอาจจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 140 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 13 -14 ธ.ค. นี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ชวนชมฝนดาวตกส่งท้ายปี “เจมินิดส์” โดยระบุว่า เวียนมาอีกครั้งกับ #พระเอกฝนดาวตกหน้าหนาว #เจมินิดส์ แต่เสียดายปีนี้ #แสงจันทร์แย่งซีน ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก รอลุ้นชมเต็มตาปีหน้าครับบบ
ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุก ๆ ปี ในคืนวันที่ 13 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 14 ธันวาคม 2562 นี้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 140 ดวงต่อชั่วโมง ศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ในปีนี้สภาพท้องฟ้าไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากเป็นคืนดวงจันทร์แรม ค่ำ ดวงจันทร์ขึ้นจากขอบฟ้าตั้งแต่เวลา 18:58 น. และตกลับขอบฟ้าในเวลา 07:18 น. ของวันถัดไป ทำให้มีแสงจันทร์รบกวนตลอดทั้งคืน จึงอาจสังเกตเห็นฝนดาวตกเจมินิดส์ได้ยากมาก
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ต้องรอติดตามในปี 2563 คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดถึง 150 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 13 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 14 ธันวาคม 2563 คืนดังกล่าวตรงกับช่วงจันทร์ดับ ท้องฟ้าจะมืดสนิท ไร้แสงจันทร์รบกวน จึงเป็นโอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ฝนดาวตกได้ตลอดทั้งคืน”
ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากการที่โลกเคลื่อนที่เข้าตัดกับสายธารของเศษหินและเศษฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaethon) ทิ้งไว้ในขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว แรงดึงดูดของโลกจะดึงฝุ่นและหินเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่เรียกว่า (fireball)
ฝนดาวตกแตกต่างจากดาวตกทั่วไป คือเป็นดาวตกที่มีทิศทางเหมือนมาจากจุดๆ หนึ่งบนท้องฟ้า เรียกว่า จุดศูนย์กลางการกระจาย (Radiant) เมื่อจุดศูนย์กลางการกระจายตรงหรืออยู่ใกล้เคียงกับกลุ่มดาวใด ก็จะเรียกชื่อฝนดาวตกตามกลุ่มดาวนั้นๆ เช่น ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต เป็นต้น

ขอบคุณ link ข่าว ....https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/858036

การศึกษานิวซีแลนด์ จัดเวิร์คช็อป "ออกแบบชีวิต...พิชิตอนาคต" แนะเทคนิคก้าวสู่ "ยูทูปเบอร์" อาชีพมาแรงยุคติจิทัล การค้นหาตัวเอง และสิ่งที่ชอบเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการได้ทำอาชีพที่ใช่ จะช่วยให้มีความสุขกับการทำงานและประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายกว่า ซึ่งปัจจุบันขณะโลกที่เปลี่ยนไปกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ความถนัดและทักษะใหม่ๆ ก็ผลักดันให้เกิดอาชีพใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดมากขึ้น เมื่อค้นพบตัวเองเร็วก็ประสบความสำเร็จเร็ว ดังวลีที่ว่า "คิดได้ก่อน ทำก่อน ก็ประสบความสำเร็จก่อน" เพื่อค้นหาศักยภาพและความถนัดในตัวเองให้กับน้องๆ มัธยมต้นและมัธยมปลาย "วางเป้าหมาย ออกแบบชีวิต...พิชิตอนาคตตัวเอง" หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand: ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย จึงได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "การค้นหาตนเองและเป้าหมาย" และ "Power of Storytelling" เพื่อฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์ด้านการวางเป้าหมาย ออกแบบชีวิต พิชิตอนาคตตัวเอง ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจนกลายเป็นอาชีพที่รักในอนาคตได้ ให้กับน้องๆ ในโครงการประกวดคลิปวิดีโอ New Zealand Build Your Future 2019: ออกแบบชีวิต...พิชิตนิวซีแลนด์ จากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศไปทดลองเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์ 1 สัปดาห์ โดยมี น.ส.ช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาดประจำประเทศไทย การศึกษานิวซีแลนด์ ร่วมด้วย โศภิษฐ์สกร โชติธนฤทธิ์ (ซอฟ) ยูทูปเบอร์คนดัง และพี่ๆ จาก a-chieve ศูนย์ฝึกอบรม "อาชีพที่ใช่ ชีวิตที่ชอบ" ร่วมเป็นวิทยากร ณ S64 Co-working space ศาลาแดง เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.ช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า เด็กยุคใหม่จะมีความคิดเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การวางแผนหรือเป้าหมายในชีวิต จึงควรเริ่มทำตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อโตไปจะได้เป็นผลเมืองที่มีคุณภาพ เพราะเรามีชีวิตอยู่เพื่ออนาคต แล้วในอนาคตจะเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ และอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมาอีกมาก หากเราทำให้นักเรียน สามารถค้นหาความเป็นตัวของตัวเองได้ตั้งแต่ยังเด็ก จะทำให้น้องๆ สามารถใช้ทักษะหรือศักยภาพที่ตัวเองมีอยู่ได้อย่างเต็มที่ มีความสุขกับสิ่งที่ทำ รวมถึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการที่เราได้ทำในสิ่งที่เรารัก และเป็นที่พึ่งพาของตัวเองและครอบครัวได้ ซึ่งระบบการศึกษานิวซีแลนด์จะสนับสนุนให้นักเรียนมีการพัฒนาเป็นบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดนอกกรอบ กล้าคิด กล้าแสดงออก และประยุกต์ใช้ความรู้ต่างๆ ไปสู่การฝึกปฏิบัติจริง โศภิษฐ์สกร โชติธนฤทธิ์ (ซอฟ) นักสร้างสรรค์วิดีโอบน YouTube ช่อง Softpomz ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคน บอกว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็นยูทูปเบอร์ (YouTuber) เต็มตัว โดยเริ่มทำคลิปครั้งแรกตั้งแต่อายุ 12-13 ปี ซึ่งความสำเร็จของการเป็น YouTuber ไม่ได้อยู่ที่แค่ยอดวิว หรือยอดคนตามเท่านั้น แต่มันคือคุณค่าของ contents ต้องรับผิดชอบสังคมร่วมกัน ต้องทำให้ดีแล้วสิ่งดีๆ จะตามมาเอง สำหรับการทำ Content ต้องใส่ความเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด และนำเสนอในสิ่งที่เราชอบออกมาให้น่าสนใจ มีวิธีเล่าเรื่องให้คนอื่นเข้าใจ คือต้องมองมุมกลับว่าถ้าเราเป็นดูเราอยากจะรู้อะไร อยากเห็นอะไรในคลิป พร้อมถ่ายทอดอารมณ์ออกมาให้ชัดเจน แล้วตัดต่อคลิปต่างๆ ออกมาให้เป็นสไตล์ของตัวเอง แต่ที่สำคัญคือต้องทำให้ตรงประเด็น สนุกกับหน้างานให้มากๆ เพราะบางสถานการณ์มันอาจอยู่นอก Script เราต้องทำการบ้านไปด้วยบางส่วน ดู Reference ไปเยอะๆ จะได้มีไอเดียในการทำคลิป แรกๆ มันอาจะเขินๆ หน่อย แต่ถ้าทำไปเรื่อยมันจะค่อยๆ หล่อหลอมและพัฒนาทักษะของเราได้เอง โดยเราสามารถทำอะไรสนุกๆ ได้อีกมากมาย การค้นหาตัวเองสำหรับเด็กยุคนี้ เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อยากให้ลองทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา หรือศิลปะสาขาต่างๆ เพื่อจะได้ค้นหาตัวเองเจอได้เร็วๆ บางทีเราอาจจะค้นพบความชอบของตัวเองในที่ที่เราอาจคาดไม่ถึงก็เป็นได้ สิ่งสำคัญจะต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเราเจอสิ่งที่เราชอบแล้ว ก็มุ่งหน้าไปสู่ทางที่เราชอบอย่างจริงจัง เปลี่ยนความชอบ ให้กลายมาเป็นความรับผิดชอบ สู่อาชีพที่เรารักในอนาคต ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตอยากทำอะไรหรือเป็นอะไร ก็ยังไม่ต้องเครียด ยังมีเวลาให้ได้ลองทำอีกหลายเรื่อง ลองไปเรื่อยๆ ใช้ชีวิตให้ครบทุกด้านจนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่ที่สุด แล้วพัฒนาตัวเองเพื่อไปทำสิ่งที่ชอบให้มันดีขึ้น เพราะความสำเร็จมันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน มันเกิดจากการทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ โดยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ น้องๆ มีความสนใจอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิศวกรสาขาต่างๆ นักกฎหมาย ผู้กำกับ ยูทูปเบอร์ หรือ เจ้าของกิจการ เริ่มจาก น.ส.กัญจน์ติมา บุญพิทักษ์ (น้องผักกาด) ม.5 รร.สาธิต มรภ.กาญจนบุรี บอกว่า การได้มาเข้ามาเข้าค่ายเวิร์คชอปครั้งนี้ เหมือนได้ออกจาก save zone รู้สึกอยากลองทำสิ่งใหม่ๆ ออกไปเปิดโลกกว้าง ซึ่งผักกาด วางแผนชีวิตไว้ อยากเป็นวิศวกร เพื่อต่อยอดและพัฒนาธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว เพราะอยากให้พ่อกับแม่อยู่สุขสบาย นายชิษณุพงศ์ ใจนา (น้องปกป้อง) ม.4 รร.ดรุณสิขาลัย (โครงการ วมว.) กรุงเทพฯ บอกว่าตอนนี้ผมกำลังสนใจเรื่องวิศวกรรมยานยนต์ เพราะผมชอบรถยนต์มาตั้งแต่เด็ก จากการที่พ่อซื้อนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์มาให้ผมอ่าน และซื้อโมเดลรถยนต์มาสะสม กลายมาเป็นสิ่งที่ผมชอบในปัจจุบัน และผมคิดว่าที่นิวซีแลนด์จะเปิดมุมมองแนวคิดของผมให้กว้างขึ้นได้ จากการที่ผมไม่เคยได้วางแผนชีวิตเลย โครงการนี้ก็สอนให้ผมเริ่มวางแผน แล้วลองคิดต่อยอดจากสิ่งที่ผมชอบ และเลือกเดินตามไปให้ถึงเป้าหมายของผมให้ได้ครับ ด.ช.สุฤทธิ์ วงศ์เสน (น้องแบงค์) ม.3 รร.วัดธาตุทอง เล่าว่า ผมวางแผนไว้ว่าจะเรียนให้จบมหาวิทยาลัย แล้วมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว แต่ผมจะสร้างธุรกิจของผมให้เติบโตขึ้นมากกว่าที่พ่อกับแม่ได้ทำไว้ ซึ่งถ้าผมได้ไปเปิดประสบการณ์ที่นิวซีแลนด์ ผมจะสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษของผมให้ดีขึ้นไปอีก หาคอนเนคชั่นจากเพื่อนใหม่ๆ ที่ได้เจอที่โน่น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาธุรกิจของครอบครัวผมครับ ด้าน ด.ช.ณัฐชนน วิสียา (น้องยูโร) ม. 3 รร.มวกเหล็กวิทยา จ.สระบุรี บอกว่า ผมได้ให้ลองวาดแผนชีวิตที่อยากเป็นไว้ 4 อย่างคือ อยากเรียนกฎหมายเพื่อเป็นนักการเมือง เป็นยูทูบเบอร์ ผู้กำกับหนัง และนักแต่งเพลง ผมอยากลองทำอะไรหลายๆ อย่าง เพราะผมก็ไม่แน่ใจว่าผมชอบอะไรจริงๆ ถ้าได้ลองไปเห็นโลกกว้างจริงๆ ที่นิวซีแลนด์ ผมน่าจะตามหาแนวทางชีวิตของผมได้ครับ

การศึกษานิวซีแลนด์ แนะเทคนิคก้าวสู่ 

“ยูทูปเบอร์” อาชีพมาแรงยุคติจิทัล

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...