วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561


ถวายภัตตาหารพระอย่างไรดี

                น้องกิ๊กก๊อก อ่านข่าวเรื่องแพทย์ห่วงสุขภาพพระ  รู้สึกดีใจในกุศลจิต ...แต่อีกความรู้สึกหนึ่งลึก ๆ ก็เป็นห่วง กลัวว่า พุทธศาสนิกชนเกิดความกังวลมากเกินไป กลัวว่าอาหารจะกระทบสุขภาพของพระ จึงไม่กล้าถวายภัตตาหารพระซะงั้น  ถ้าเป็นแบบนี้  พระท่านคงไม่มีอะไรฉันแน่นอน  จึงขอให้พุทธศาสนิกชน ใคร่ครวญและกลั่นกรองให้ดีเน้อ  

                         ข่าวนี้ออกมา ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. จนวันนี้ วันที่ 26  ก.ย.  ก็เอาเนื้อข่าวเก่ามาออก    เรามาดูกันว่า อาหารแบบไหนที่ควรถวายพระบ้าง น้องกิ๊กก๊อก ขอเอาบทความของ นางสาววิลาวัลย์ บุญก้อน นักโภชนาการ และนางจิราภรณ์ แสงสุวรรณ โภชนากรชำนาญงาน โรงพยาบาลนครพนม ให้คำแนะนำ เกี่ยวกับอาหารถวายพระเพื่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ

    1. ปัจจัยด้านอาหารที่ส่งผลให้พระสงฆ์ และสามเณรอาพาธ ด้วยโรคเกี่ยวกับระบบการย่อยและดูดซึมสารอาหาร ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน เกิดจากฉันอาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องปรุงประเภทโซเดียมสูง เช่น เกลือแกง น้ำปลา ผงปรุงรส หรือฉันอาหารที่มาจากการถนอมอาหารโดยการหมักดอง หรืออาหารพื้นบ้านบางอย่างเช่น ผักดอง ปลาร้า ปลาส้ม แหนม เป็นต้น รวมถึงอาหารกึ่งสำเร็จรูปต่างๆ และอาหารที่มีไขมันสูง

      สำหรับอาหารหวาน ที่มีส่วนผสมของกะทิ น้ำตาล หรือบางครั้งพระสงฆ์มักจะได้รับกิจนิมนต์ในงานมงคลต่างๆ ซึ่งอาหารที่มักพบเจอตามงาน คือ ขนมมงคลต่างๆ เช่น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เป็นต้น และการถวายผลไม้ที่มีรสหวานจัดๆ อย่างเช่น ขนุน ละมุด น้อยหน่า ลิ้นจี่ เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการอาพาธ

       2. เลือกประเภทอาหารตักบาตร ตามประเพณีทำบุญแต่ดั้งเดิมถึงจนปัจจุบัน คนไทยจะตักบาตรด้วยข้าว เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลัก จะมีทั้งข้าวสวยและข้าวเหนียว แต่สามารถเพิ่มหรือเลือกเป็นข้าวกล้องและข้าวไม่ขัดสีบ้าง เพราะในข้าวที่ไม่ได้ผ่านการขัดสีจะมีประโยชน์มากกว่าข้าวขัดขาว ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยอาหารและวิตามินต่างๆ

       เนื้อสัตว์ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน หรือเน้นเนื้อปลาเป็นส่วนใหญ่ หลีกเลี่ยงหมูสามชั้น หนังหมู หรือหนังไก่ 

      สำหรับผัก สามารถนำมาปรุงประกอบอาหารตักบาตรได้ทุกชนิดไม่จำกัด ขอให้ปลอดสารพิษอย่างเดียว  จะเป็นผักกลุ่ม 5 สี คือสีเขียว  แดง เหลือง ม่วง ขาว อย่างเช่น  ผักบุ้ง มะเขือเทศ แครอท มะเขือม่วง ขึ้นช่าย แต่สำหรับผักที่มีแป้งมาก เช่น เผือก มัน ควรนำมาทำอาหารตักบาตรแต่พอควร เพราะผักประเภทนี้ให้พลังงานกับร่างกายมาก

       ผลไม้ ควรเลือกตักบาตรหรือถวายผลไม้ที่รสไม่หวานมาก ควรเป็นผลไม้ตามฤดูกาลและไม่ควรตักบาตรหรือถวายเพียงอย่างเดียวในปริมาณมากๆ เช่น ลำไย ทุเรียน เป็นต้น และควรเลือกผลไม้หลากหลายชนิด

      สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรนำมาถวายพระสงฆ์ ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กสำเร็จรูป เพราะอาหารกึ่งสำเร็จรูปประเภทนี้มักจะมีโซเดียมปริมาณสูงซึ่งส่งผลต่อความดันโลหิตและไต นอกจากนี้พระสงฆ์ที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน ไม่แนะนำให้ฉันอาหารในปริมาณมาก

      3. การเลือกฉันอาหารในพระสงฆ์ และสามเณร  สำหรับพระสงฆ์จะเป็นวัยผู้ใหญ่ การฉันอาหารย่อมมีความแตกต่างจากสามเณร พระสงฆ์ที่ไม่มีโรคประจำตัวสามารถเลือกฉันตามหลักโภชนบัญญัติ 9 ประการ คือ

    1.กินอาหารครบ 5 หมู่  
    2.กินข้าวเป็นอาหารหลัก ควรเป็นข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย 
    3.กินพืชผักผลไม้ครบทั้ง 5 สี เป็นประจำ และตามฤดูกาล 
     4.กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ 
     5.ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย 
     6.กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ควรบริโภคไขมันจากพืชและเป็นกรมไขมันชนิดไม่อิ่มตัว 
     7.หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานและเค็มจัด 
     8.กินอาหารสะอาด ปราศจากการปนเปื้อนจากเชื้อโรคและสารพิษ 

      สำหรับสามเณรซึ่งเป็นวัยเด็ก ต้องการสารอาหารและพลังงานที่มากกว่า เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย การเลือกฉันแต่นมจืด หรือนมพร่องมันเนยอาจจะได้รับพลังงานน้อยจนเกินไป อาจเลือกฉันนมหวานหรือนมไขมันเต็มส่วนได้ และต้องแปรงฟันหรือบ้วนปากหลังจากฉันทุกครั้งเพื่อป้องกันฟันผุ ส่วนสามเณรที่มีน้ำหนักตัวมากอาจเลือกฉันนมจืดหรือนมพร่องมันเนยแทน เพื่อควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

         ข้อควรรู้สุดท้าย คือ 4.น้ำปานะที่ควรถวายแด่พระสงฆ์ ในกรณีที่มีอุบาสก-อุบาสิกา หรือแม่ชีทำถวายที่วัด ควรเลือกเป็นน้ำสมุนไพรที่รสไม่หวานมาก เช่น น้ำมะตูม น้ำลำไย น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบ น้ำขิง รวมถึงน้ำผลไม้รสไม่หวานมาก หรืออาจเลือกถวายเป็นนมจืด นมพร่องมันเนย และไม่ควรถวาย น้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

        นอกจากนี้ นักโภชนาการได้ยกตัวอย่างรายการอาหาร สำหรับตักบาตรหรือถวายพระสงฆ์ ประกอบด้วย ข้าวกล้อง กับ น้ำพริก ปลานึ่ง ผักลวก, แกงจืด, ไข่ดาวน้ำ, ผัดผักรวมมิตร และต้มจับฉ่าย    ส่วนขนมหวานจะเป็น สาคูแคนตาลูป ที่ใช้นมจืดหรือนมพร่องมันเนยแทนกะทิ และผลไม้รสไม่หวานจัดตามฤดูกาล ซึ่งเมนูเหล่านี้จะมีรสชาติไม่เค็มจัด ไม่หวานจัด ไขมันน้อย และมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ด้วย

           ทิ้งท้ายกันด้วยแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับพระสงฆ์โดย พระอาจารย์วรวัฒน์ วรวฑฺฒโน กล่าวถึงวิธีการออกกำลังกาย ไว้ 3 ข้อว่า

      1. เดินบิณฑบาต การเดินบิณฑบาตทุกเช้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง 
      2. การกวาดลานวัด หรือทำความสะอาดบริเวณวัด สังเกตได้ว่าวัดเป็นสถานที่ที่มีความสะอาด นอกจากพระสงฆ์จะได้ออกกำลังกายไปในตัวแล้ว ยังเป็นการฝึกจิตและฝึกสมาธิด้วย
        3. การจัดสถานที่บริเวณวัด เมื่อมีการจัดงานบุญต่างๆ เกิดขึ้นภายในวัด

      “กายจะแข็งแรงต้องมีการเคลื่อนไหว จิตใจจะแข็งแกร่งต้องสงบนิ่ง เริ่มต้นเข้าพรรษานี้ ลดละเลิกอบายมุข มาเข้าวัดปฏิบัติธรรม เมื่อใจแข็งแรง กายก็จะแข็งแรงตาม” พระอาจารย์วรวัฒน์ วรวฑฺฒโน ฝากคติธรรมสอนใจ

                 น้องกิ๊กก๊อกคิดว่า ...เรื่องภัตตาหารถวายพระนี้เราระแวดระวังได้  แต่ไม่ต้องถึงกับกังวล กลัวไปซะหมด เลยไม่กล้าถวายอะไรพระสงฆ์  กลัวท่านจะสุขภาพไม่ดี ..ถ้าคิดอย่างนี้ พระสงฆ์คงอยู่ไม่ได้แน่นอน ...ขอให้คิดง่าย ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ถ้าสิ่งไหนที่เราทานได้  เราก็ถวายพระสงฆ์ได้...สิ่งไหนที่เราชอบ   เราก็ถวายพระสงฆ์ได้....สิ่งไหนที่ดี  เราก็ถวายพระสงฆ์ได้ ....เจตนาที่ดี  เป็นตัวที่ก่อให้เกิดบุญกุศลสำหรับตัวเรา  และอย่าลืมอธิษฐานให้อาหารของเรา  เมื่อพระสงฆ์ท่านฉันแล้ว ให้มีสุขภาพแข็งแรง  ที่สำคัญอย่าลืมอธิษฐานให้คนถวายแข็งแรง ร่ำรวย ไปพร้อม ๆ กัน  วันนี้น้องกิ๊กก๊อกก็เอาสาระเล็ก ๆ น้อย มาฝากเท่านี้ก่อน 

ขอขอบคุณบทความ
ทันกระแสสุขภาพ
4 ข้อควรรู้ อาหารตักบาตร พระสุขภาพดี
โดย pimchanok
                   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...