วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561




...สิ่งที่ต้องรู้..เมื่อต้องดูแลศาสนสถานที่เรารัก ...

              จากประเด็นข่าวร้อน   ก่อนวันออกพรรษา  เวลา17.56 น.  ได้พูดถึงประเด็น กรมศิลป์ ให้ยุติการทาสีทับโบราณสถานทุกแห่ง  ชี้ผิดกฏหมาย และทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิม  แล้วขอให้ยุติการ กระทำดังกล่าวโดยทันที  เนื่องจากผิดหลักการอนุรักษ์  และไม่ชอบด้วยกฏหมาย  เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร  ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปี 2535

                นอกจากนี้ อธิบดีกรมศิลปากร  ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ  ตรวจสอบข้อมูล โบราณสถาน การกระทำลักษณะดังกล่าวและประสานกับวัดต่าง ๆ โดยเร่งด่วน ขอให้ยุติการดำเนินการทั้งหมด และหากเป็นการกระทำผิดต่อ พรบ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ  และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปี 2535  ผู้ดำเนินการจะต้องรับผิดชอบและเข้าหารือกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที 


                  .................................................................


               จากหัวข้อประเด็นข่าวนี้  น้องกิ๊กก๊อก  อยากนำเสนอ   สาระสำคัญและแนวทางการปฏิบัติและกฎหมายว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถาน พ.ศ.2528   ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งหนึ่งมาให้อ่านกันเป็นความรู้ก่อนนะคะ....

                  กรมศิลปากรเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมดูแลรักษาโบราณสถาน ดำเนินงานอนุรักษ์ภายใต้พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด พ.ศ.2535 และออกระเบียบกรมศิลปากรฯ พ.ศ.2528 ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้บางช่วง บางตอนดังนี้


                        โบราณสถาน หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ และศิลปวัตถุที่ติดตั้งประจำกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้างหรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับ  ประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี

                      โบราณสถานต้องมีสาระสำคัญด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านคือ

                       1. มีคุณค่าด้านอายุ

                       2. มีคุณค่าด้านทางการก่อสร้าง

                       3. มีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์

                

                    2. อธิบดีกรมศิลปากรมีอำนาจขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

และกำหนดเขตโบราณสถาน ทั้งที่มีและไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบ

ครอง

                   2.1   กรณีเป็นโบราณสถานที่ไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

                   -  ภายในเขตโบราณสถานห้ามสร้างอาคารทุกชนิด เว้นแต่อธิบดีอนุญาต

                  - ห้ามซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน  ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใด ๆ ภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่ทำตามคำสั่งของอธิบดีหรือได้รับอนุญาตจากอธิบดี

                       - รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้เข้าชมโบราณสถาน ปฏิบัติในระหว่างเข้าชมได้ และจะกำหนดให้ผู้เข้าชมเสียค่าเข้าชมหรือค่าบริการอื่นด้วยก็ได้

                 - อธิบดีมีอำนาจอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในบริเวณโบราณสถานได้ โดยจ่ายค่าตอบแทนให้กรมศิลปากร

                          2.2   กรณีเป็นโบราณสถานที่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

                    -เมื่ออธิบดีแจ้งประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องร้องคัดค้านต่อศาลภายใน 30 วัน หากไม่ร้องหรือศาลยกคำร้อง ให้อธิบดีขึ้นทะเบียนได้

                        - ห้ามซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน  ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใด ๆ ภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่ทำตามคำสั่งของอธิบดีหรือได้รับอนุญาตจากอธิบดี

                            - ภายในเขตโบราณสถานห้ามสร้างอาคารทุกชนิด เว้นแต่อธิบดีอนุญาต

                      -  ถ้าโบราณสถานชำรุดเสียหายหักพัง เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องแจ้งอธิบดีภายใน 30 วัน และถ้าเป็นโบราณสถานที่มีการเรียกเก็บค่าเข้าชมหรืออื่นๆ ให้เจ้าของออกค่าใช้จ่าย    ในการซ่อมแซมทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่อธิบดีกำหนด ซึ่งจะกำหนดตามคณะกรรมการที่มีเจ้าของร่วมคณะอยู่ด้วย

                         -อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ใดไปทำการซ่อมแซมเพื่อการอนุรักษ์ได้ แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของทราบล่วงหน้า

                   ********************************

                      อย่างกรณีวัดดังกล่าวนี้  ไม่มีเจ้าหน้าที่กรมศิลปไปติดต่อขอขึ้นทะเบียนอะไรเลย  น้องกิ๊กก๊อก  มีความเข้าใจว่า ... กรมศิลปต้องเข้าไปขอให้วัดเป็นโบราณสถานก่อน  แล้วเดินเรื่องอนุมัติ   เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว....ถือว่าเป็นโบราณสถานที่สมบูรณ์  ชาวบ้านจะไม่สามารถเข้าไปดำเนินใด ๆ ได้เอง   จะดำเนินการใดใดก็ต้องขออนุญาต อธิบดีกรมศิลปจึงจะสามารถเข้าไปทำอะไรได้  ..เข้าใจเหมือนกันไหมค่ะ 

ในขณะนี้ คิดว่ายังไม่ถึงขั้นตอนนั้น แต่ชาวบ้านและจิตอาสาได้เห็นวัดชำรุด เสียหาย หักพัง จึงต้องรีบช่วยกันซ่อมแซมก่อน เพื่อกันความเสียหายมากกว่านี้ จึงช่วยกันบูรณะ ซ่อมแซมและปรับปรุงให้วัดมีรูปทรงลักษณะกลมกลืนเหมือนเดิม และทาสีใหม่ให้ดูดี น่าศรัทธาเพิ่มขึ้น
                        น้องกิ๊กก๊อก คิดว่า ความจริง   ต้องขอบคุณชาวบ้านมากกว่า  เพราะถ้าหากชาวบ้านไม่ช่วยกันดู ลองคิดดูซิคะว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป  เพราะอาคารสมัยเก่า   ถูกสร้างขึ้นมาไม่แข็งแรงเท่าปัจจุบัน   เพราะเทคโนโลยี่ในสมัยเก่าทำได้น้อยกว่า  หรืออาจจะทำตามมี หรือตามแต่จะหาวัสดุ อุปกรณ์มาได้  ให้พอสร้างไปได้เท่านั้น  หากต้องการจะรักษาให้อยู่นาน ๆ ก็ต้องเสริมด้วยเทคโนโลยี่สมัยใหม่ จึงจะอยู่ได้  

                         เรื่องนี้โทษชาวบ้านไม่ได้หรอกนะ  เพราะชาวบ้านไม่รู้ ไม่ได้ศึกษากฏหมายของโบราณสถาน  เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องแจ้งให้กับวัด หรือชาวบ้าน  และควรไปแจ้งที่วัดเอง  ไม่ควรออกข่าวแบบนี้ เพราะจะทำให้ชาวบ้านกลัวความผิด  ไม่กล้าเข้าไปช่วยทำนุบำรุงศาสนสถานอีก แล้วจะเกิดความเสียหายกับศาสนสมบัติได้ในอนาคต    คุณว่าจริงไหม ... ????




............................................................

                  น้องกิ๊กก๊อกเห็นด้วยกับ ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการ  ที่บอกว่า ไม่อยากให้โทษชาวบ้าน  ( น้องกิ๊กก๊อก กด like  ให้เลยค่ะ ) ....แต่ควรจะโทษใคร...น้องกิ๊กก๊อกไม่ฟันธง  เพราะเรื่องนี้อาจจะคุยกันให้เรียบร้อย  ถ้าเป็นวัดในสมัยอยุธยา  ก็ควรที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานได้แล้ว 


ภาพก่อนซ่อมแซม  กับหลังซ่อมแซมกัน




                  ท่านคิดว่า ภาพไหนที่ควรจะเป็นโบราณสถาน  ก่อน หรือ หลังกันแน่ ????  ...น้องกิ๊กก๊อกทราบข่าวมาว่า โบสถ์หลังนี้ทรุดโทรมและจะพังทลาย  ไม่เคยมีใครเข้าไปดูแลเลย  ปิดตายมา 40 ปี  เพราะกลัวสิ่งก่อสร้างจะพังทลายลงมาทับพระ  หลังจากนั้น ในปี 2559  ได้มีจิตอาสามาช่วยบูรณะวัด เพราะอยากได้บุญ  ซึ่งทำมาแล้ว 2 ปี กรมศิลป์เพิ่งจะรู้หรือ....???  ทำไมอยู่ ๆ ถึงเพิ่งมาออกข่าว  น้อง กิ๊กก๊อก สงสัยจริง ๆ  

                  น้องกิ๊กก๊อกไม่มีส่วนได้เสียกับวัดโพธาราม และวัดลาวทอง  แต่เห็นว่า เรื่องนี้มีความสำคัญแก่พุทธศาสนิกชนส่วนรวม เป็นอย่างยิ่ง  ..จึงอยากให้เป็นกรณีศึกษา และอุทาหรณ์ต่อไป จะได้ไม่ต้องมาโทษว่าใครผิด  ใครถูก ...วัดและชาวบ้าน ไม่มีความรู้เรื่องโบราณสถาน จึงอยากให้กรมศิลปากรให้ความรู้กับชาวบ้านมาก ๆ ในเรื่องนี้  โดยเฉพาะวัดที่มีอายุ มากกว่า 100 ปี ไปแล้ว   อธิบายให้ชัดเจนว่า อะไรเป็น โบราณสถาน และควรทำอย่างไรได้บ้าง ถ้าหากอยากเข้าไปซ่อมแซม ??  จะต้องทำอย่างไร.. ต้องปรึกษาใครบ้าง....อย่างนี้เป็นต้น ถ้าช่วยกันอย่างนี้  ศาสนสถานทั้งหลายก็จะคงทนถาวร อยู่จนถึงลูกหลานไทยแน่นอน

                  ท้ายสุดนี้ น้องกิ๊กก๊อก มีความเห็นว่า เมื่อต้องดูแลและจัดการศาสนสถานที่เรารัก เนื่องจากการชำรุด เสียหาย  จำเป็นต้องซ่อมแซม  ในเบื้องต้น  เราต้องแจ้งผู้นำท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือ อบต.  ให้ทราบเรื่องก่อน  และขอคำปรึกษา    แล้วจึงดำเนินการทำ อย่างนี้จะทำให้เราปลอดภัยและปลอดกังวล จากการต้องดูแลศาสนสถานที่เรารักกันนะเจ้าค่ะ    



#สาระน่ารู้  #โบสถ์สวย #วัดโพธาราม #น้องกิ๊กก๊อก 
                   


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...