ไม่เกี่ยว..แต่ขอเอี่่ยวด้วย
จากเสียงระฆังวัดไทร อยู่ ๆ กลายมาเป็นมัสยิดบางอุทิศ ได้อย่างไรนี่ ......งง ...มาก ขอบอก น้องกิ๊กก๊อก คิดว่า เรื่องเกิดที่ไหน เอาเรื่องนั้นให้จบก่อน ไม่ต้องไปสาวเรื่องอื่นมาปนกัน มันจะยิ่งมั่วกันไปหมด ตัวอย่างข่าว ที่พาดพิงมัสยิดบางอุทิศ....
จากข่าว คิดว่า วิถีของคนพุทธ กับวิถีของคนอิสลาม นั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ของพุทธก็คือของพุทธ เสียงระฆัง ชาวพุทธรับได้ เพราะเป็นเสียงบอกเวลา แต่เสียงอาซานเป็นเสียงสวดมนต์ นึกถึงใจเขาใจเรา ... อย่าเอามาเทียบกับเสียงระฆัง ประเทศไทย นับถือพุทธศาสนามายาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย มีความคุ้นเคยกับเสียงระฆังมาเป็นอย่างดี ฯลฯ
อีกอย่างหนึ่ง เรื่องเกิดที่ไหนก็ให้จบที่นั่น ตอนนี้เรื่องที่วัดไทร ก็ให้จบที่วัดไทร ไม่ต้องยกเรื่องอิสลามมาเทียบกัน เพราะนั่นเรื่องเกิดมานานแล้ว และไม่เกี่ยวกับเรื่องวัดไทร
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเสียงระฆัง หรือเสียงอาซานนั่น ก็ไม่ควรเกินมาตราฐานที่ทางกฏหมายกำหนดไว้ คือไม่ควรเกิน 80 เดซิเบล ถ้าอยู่กันแบบ เกรงอกเกรงใจกัน ไม่ว่าจะเป็นพุทธ หรืออิสลาม ก็อยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ไม่มีความโลภอยากได้ของคนอื่น น้องกิ๊กก๊อก เอาตารางเสียงที่นักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมภาครัฐของสหรัฐอเมริกา กำหนดมาตรฐานมาให้ดูเป็นตัวอย่างดังนี้
ทุกคน ทุกศาสนาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีหน้าที่ใช้กฎหมาย ทุกศาสนาต้องไม่ล้ำเส้นรบกวนส่วนรวม ปฏิบัติศาสนกิจให้เหมาะสมอยู่ใต้กฎหมาย ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา
น้องกิ๊กก๊อก อยากขอร้องสื่อ หรือสำนักข่าวที่ออกข่าว อย่าเอาต่างศาสนามาสรุปรวมกัน เพราะต่างศาสนาก็มีวิถีปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน อาจจะทำให้มีผลกระทบต่อกันได้
#ธรรมะดีดี
#ข้อคิด #สาระดีดี
#มีประโยชน์
#คนจริง
#รักจริง #จริงใจ #น้องกิ๊กก๊อก




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น