วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2562


ผ่าร่างมัมมี่ หารอยต่อของโรคในยุโรปกับอเมริกา


                     นักพายาธิวิทยาชาวฝรั่งเศส นำมัมมี่ที่พบถูกซ่อนไว้ในกำแพงโลสถ์แห่งหนึ่งในเอกวาดอร์มาตรวจสอบ เพื่อหาที่มาของโรคภัยไข้เจ็บ ระหว่างยุโรปสมัยโบราณกับทวีปอเมริกา

                     มัมมี่ที่ถูกนำมาตรวจสอบนี้มีชื่อว่า”กวาโน มัมมี่”(Guano Mummy) ที่ถูกค้นพบในปี 1949 เชื่อว่าเป็นร่างของคนในสมัยศตวรรษที่ 16 เป็นมัมมี่ที่มีความพิเศษตรงที่มันถูกซ่อนไว้ในช่องระหว่างกำแพงของโลสถ์แห่งหนึ่งในประเทศเอกวาดอร์ ทำให้ปลอดภัยจากการถูกหนูหรือแมลงต่างๆมากัดแทะ  และอยู่ในสภาพยืนตั้งตรงแทนที่จะอยู่ในแนวนอนอย่างมัมมี่ทั่วไป
                     การตรวจสอบครั้งนี้นำโดยนักพยาธิวิทยาชาวฝรั่งเศส ที่เคยตรวจสอบศพของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการในยุคนาซีเรืองอำนาจมาแล้ว
                     การตรวจสอบครั้งนี้ก็เพื่อมองหาที่มาของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นในยุโรปว่ามีความเกี่ยวข้องกับที่ทวีปอเมริกาอย่างไร

                      ในเบื้องต้นพบว่ามัมมี่ตนนี้มีร่องรอยการอักเสบของข้อต่อในร่างกาย คาดว่าน่าจะเป็นโรค”รูมาตอยด์”ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคที่คุ้นเคยกับผู้คนในแถบทวีปอเมริกา ในสมัยที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ออกสำรวจทวีปอเมริกา

                        สำหรับสภาพศพที่พบในลักษณะยืนตรงนั้น เชื่อว่าเป็นร่างของนักบวชคนใดคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตในอายุราว 90 ปี ส่วนการฝังศพในแนวตั้งแบบนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนาแต่อย่างใด
                        หลังจากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ก็จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยการใช้”คาร์บอน” การเอ็กซ์เรย์เพื่อหาอายุที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณข่าว  จาก pptv...https://bit.ly/2WzV3QR


วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

สั่งปิดร.ร. 437 แห่ง

ทั่วกทม. หนีฝุ่นพิษ PM2.5

                       ผู้ว่าฯกทม. สั่งปิดโรงเรียน 437 แห่งทั่วกทม. ตั้งแต่เที่ยงวันนี้ถึง 1 ก.พ. หนีฝุ่นพิษ PM2.5
                      เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ม.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการควบคุมสถานการณ์ฝุ่นละอองพิษ PM2.5 เบื้องต้นได้สั่งให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง หยุดการเรียนการสอน ตั้งแต่ 12.00 น. และวันที่ 31 ม.ค. ถึง 1 ก.พ. 2562 ให้เป็นวันหยุด เพื่อให้เด็กนักเรียนไม่ได้รับผลกระทบ และลดปริมาณการใช้ลดรถยนต์ของผู้ปกครองอีกด้วย
ขอบคุณ link ข่าว ...http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/825632

สกอ.ส่งหนังสือ 56 มหาวิทยาลัยปิดเรียนหนีฝุ่น!

                   สกอ.ส่งหนังสือขอความร่วมมือ 56 มหาวิทยาลัยทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปิดเรียนหนีฝุ่น ชี้เป็นดุลยพินิจของแต่ละมหาวิทยาลัย ด้าน ‘สาธิตจุฬาฯ และสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตร’ ปิดเรียนแล้ว ประกาศเปิดเรียนอีกครั้ง 4 ก.พ.62 ฝากผู้ปกครองติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
                   เมื่อวันที่ 30 ม.ค.62 นางอรสา ภาววิมล รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด ถึงสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐและเอกชน รวม 56 แห่ง เรื่อง ขอความร่วมมือหยุดการเรียนการสอน ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. – 1 ก.พ.2562 ความว่า ตามที่เกิดสภาพอากาศที่มีฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลนั้น 
                    รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ได้มีความห่วงใยสุขภาพของเด็กและเยาวชนและขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยของรัฐ ในกำกับรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ในสังกัดศธ. ที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พิจารณาหยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 31 มกราคม –วันที่ 1 กุมภาพันธ์
                   “สกอ.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา จึงของความร่วมมือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในกำกับ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พิจารณาหยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 31 ม.ค. –วันที่ 1 ก.พ.2562 และรอดูสถานการณ์ โดยขอให้สถาบันอุดมศึกษาใช้ดุลยพินิจตามความเหมาะสม” นางอรสา กล่าว
                      ด้าน นายทินกร บัวพูล ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นขนาดเล็กในภายในโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ วันที่ 30 ม.ค. ค่อนข้างแย่ มองจากหน้าต่างห้องเรียนไปภายนอกเห็นตึกเรียนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ค่อยชัด โดยเครื่องวัดคุณภาพอากาศ ที่ ทางโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ปกครองมาติดตั้งภายในโรงเรียน วัดค่าได้ 180 ขึ้นไป ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก จึงได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนวันที่ 31 ม.ค.และ 1 ก.พ.นี้ โดยเปิดสอนปกติวันที่ 4 ก.พ. 
                      ทั้งนี้หากวันที่ 4ก.พ. สถานการณ์ฝุ่นพิษยังไม่ดีขึ้น ก็จะสั่งหยุดการเรียนต่อ โดยขอให้ผู้ปกครองและครูประจำชั้น ติดต่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองติดตามเว็บไซด์เพื่อดูประกาศของโรงเรียนด้วย ส่วนเรื่องการเรียนชดเชยนั้น คณะกรรมการบริหารโรงเรียน จะประชุมด่วนเพื่อหาวิธีการสอนชดเชยที่เหมาะสม เนื่องจากโรงเรียนหยุดเรียนไปก่อนหน้านี้ 3 วัน เพราะเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ และต้องหยุดเรียนเนื่องจากฝุ่นพิษ อีก 2 วัน จึงอาจเรียนไม่ทัน ซึ่งอาจจะใช้วิธีเรียนออนไลน์ หรือสอนชดเชยวันเสาร์อาทิตย์

ขอบคุณ link ข่าว ...http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/825683
ทำไม 
“สวิสเซอร์แลนด์” ถึงเป็นประเทศที่น่าอยู่
และการศึกษาดีที่สุดในโลก

ฟัง 3 มุมมอง จาก 3 ศิษย์เก่านักเรียนสวิสตัวจริง ได้ที่ http://www.komchadluek.net/advertorial/lifestyle/231558

และพบกันในงาน Study Swiss Fair 2019 
วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 12.00 – 17.00 น.
ณ สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ (35 ถนนวิทยุเหนือ)
สนใจลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ www.bangkokbiznews.com/seminar/swiss
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 02 338 3000 ต่อ 1

ทำพิธีลอยอังคาร

เถ้าอัฐิจำลอง"หลวงพ่อคูณ"


                        นครราชสีมา วันนี้ ( 30 ม.ค.2562 ) คณะกรรมการวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ประกอบพิธีนำเถ้าอัฐิจำลอง พระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ บริเวณสระน้ำวัดบ้านไร่  ในเช้าวันนี้ ซึ่งทางวัดบ้านไร่ได้ทำบุญตักบาตรเช้า ต่อด้วยพิธีเก็บอัฐิจำลองพระเทพวิทยาคมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ พร้อมกับพิธีแปลธาตุ หรือกลับธาตุ

                          จากนั้นประกอบพิธีการเดินสามหาบ ตามความเชื้อหลังเผาศพแล้ว ก็จะเก็บเถ้าในอันควรและนำเถ้าที่เหลือไปลอยอังคาร ในพิธีเดินสามหาบนั้นจะมีเครื่องอัตถบริขารซึ่งประกอบไปด้วย ผ้าไตร 3 ชุด อาหารของคราวของหวาน  และผลไม้ โดยเดินวนรอบ 3 รอบก่อน ทำพิธีลอยอังคารที่สระน้ำวัดบ้านไร่ โดยพิธีลอยอังคารทางวัดบ้านไร่ได้รับการสนับสนุนเรือท้องแบนจำนวน 5 ลำ จาก ปภ.นครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 เพื่อประกอบพิธีลอยอังคาอัฐิจำลองที่สระน้ำวัดบ้านไร่ ในพิธีลอยอังคารสรีระจำลอง ทางวัดบ้านไร่ได้นั่งเรือท้องแบนวนรอบวิหารเทพวิทยาคม 3 รอบ พร้อมกับลอยอังคาร กลางสระน้ำวัดบ้านไร่

ขอบคุณ link ข่าว ...http://bit.ly/2HF0oTQ

นางฟ้าในชุดเขียว! 

ภาพพยาบาลสาวปลอบโยนเด็กชายตัวน้อย

ก่อนผ่าตัดแตะหัวใจชาวจีน

                     ภาพถ่ายช่วงเวลาที่พยาบาลสาวพยายามสวมกอดเด็กชายตัวเล็กๆ เอาไว้ก่อนที่เขาจะเข้ารับการผ่าตัดกลายเป็นไวรัลไปบนโซเชียลมีเดียของจีน โดยชาวเน็ตจำนวนมากกล่าวว่ามันเป็นภาพช่วงเวลาที่แสนสงบและอุ่นใจ


                     พยาบาลสาวท่านนี้มีชื่อว่าหม่าถงเยียน มีอาชีพเป็นพยาบาลวิสัญญี ในภาพเป็นช่วงเวลาที่เธอกำลังปลอบใจเด็กชายวัย 2 ขวบที่อยู่ในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลประชาชนติ้งซี ในมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

                    หนูน้อยรายนี้กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาไส้เลื่อน บริเวณขาหนีบของเขามีก้อนบวม เนื่องมาจากอวัยวะในช่องท้องเลื่อนลงไปในส่วนถุงเยื่อบุช่องท้อง

                      เนื่องจากรอบๆ เตียงไม่มีสมาชิกในครอบครัวอยู่ใกล้ๆ เด็กชายจึงรู้สึกประหม่าและกลัวเมื่อต้องเข้ามาอยู่ในห้องผ่าตัด จนร้องไห้ออกมาเสียงดัง หม่าจึงโอบตัวเด็กไว้ในอ้อมแขนของเธอและปลอบโยนเขาราวกับเป็นลูกของตนเอง

                       สำนักข่าว Lanzhou Morning Post รายงานว่าการผ่าตัดครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

                       แม่ของเด็กชายผู้ที่เป็นคนถ่ายภาพเหล่านี้กล่าวว่า “ ฉันอยากบอกว่าคุณงดงามมาก ขอบคุณที่ปลอบโยนจิตใจของทุกคนในครอบครัวของเรา และขอขอบคุณแพทย์และพยาบาลทุกคนที่คอยดูแลลูกชายของฉัน” คุณแม่เขียนพร้อมกับลงรูปถ่ายในบัญชีวีแชทของตน

                      “ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเป็นเด็ก ทุกคนก็ต่างหวาดกลัวกันทั้งนั้น เมื่อต้องมานอนในห้องผ่าตัด” หม่ากล่าว

                      “ในฐานะพยาบาลในแผนกวิสัญญี เราเข้าใจถึงความกลัวของเด็ก และเราก็คำนึงถึงความกังวลของสมาชิกในครอบครัวด้วยค่ะ"

                        "ในห้องผ่าตัดที่ผู้ป่วยรู้สึกเหงาและสิ้นหวัง ฉันจะพยายามช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายมากขึ้นเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น” พยาบาลสาวกล่าว
.
(ภาพถ่ายจาก Lanzhou Morning Post)


ขอบคุณ link ข่าว ...https://web.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/

เปิดใจผู้บริจาคที่ดิน 100 ไร่ 
สร้างศูนย์ราชการหนองบุญมาก
ร่วมกับ "หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ"
                   เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ปี 2544 เมื่อครั้งที่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.นครราชสีมา เอ่ยคำปรารภว่าต้องการจะสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ให้กับ อ.หนองบุญมาก ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารเพื่อให้ อ.หนองบุญมาก ได้มีศูนย์ราชการไว้ดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                         ครอบครัว “ศรีหิรัญรัตน์” ตระกูลนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงใน อ.หนองบุญมาก ก็พร้อมใจยกที่ดินของครอบครัวให้ดำเนินการก่อสร้างทันที 100 ไร่ โดยไม่ลังเล มาวันนี้ นางเง็กเจ็ง ศรีหิรัญรัตน์ วัย 72 ปี กล่าวว่า ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดียังตื้นตันและภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสร่วมทำบุญครั้งใหญ่กับ หลวงพ่อคูณ และได้สร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดินเกิด

                     นางเง็กเจ็ง กล่าวอีกว่า ทันทีที่ได้ยินหลวงพ่อคูณกล่าวปรารภต้องการจะสร้างศูนย์ราชการขึ้นเพื่อชาวหนองบุญมากตนและครอบครัวก็อยากจะมีส่วนช่วยเหลือทันทีและได้ตัดสินใจยกที่ดินบริเวณบ้านซับหวายปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ ต.หนองหัวแรต จำนวน 100 ไร่ ให้ทันทีเพราะเห็นถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ในการที่จะช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ทุรกันดารของหลวงพ่อคูณ 
                      ครอบครัวจึงอยากจะมีส่วนผลักดันและได้ทำบุญใหญ่ร่วมกับหลวงพ่อคูณ สักครั้งในชีวิตวันนี้ตนและครอบครัวรู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสสร้างบุญทานและคุณประโยชน์ให้กับบ้านเกิดและมาถึงทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่ให้ได้ใช้ประโยชน์และอยากบอกหลวงพ่อคูณ ว่าขอขอบคุณกับทุกๆสิ่งที่ท่านทำเพื่อชาวหนองบุญมากมาโดยตลอด

                    ทั้งนี้การก่อสร้างศูนย์ราชการใหม่ อ.หนองบุญมาก เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2544 มีการดำเนินการเปิดอาคารที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงพ่อคูณ ท่านได้มีจิตศรัทธาและตั้งใจที่จะบริจาคเงินให้ก่อสร้าง 13,793,000 บาท โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของทางราชการ หลวงพ่อคูณได้บริจาคเงินในการก่อสร้างเองทั้งสิ้นโดยทาง จ.นครราชสีมา ขออนุมัติกรมการปกครองเป็นอาคารสองชั้นทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องสีแดง

                              ซึ่งจะเป็นอาคารที่ว่าการอำเภอหลังแรกของประเทศไทยที่ก่อสร้างโดยพระบริจาคเงินเป็นหลังแรก โดยมีนางเง็กเจ็ง และ นายประสงค์ ศรีหิรัญรัตน์ เป็นผู้อุทิศที่ดินให้ 100 ไร่ เพื่อจัดสร้างที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจภูธรอำเภอและหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งทางหลวงพ่อคูณก็ได้อนุเคราะห์บริจาคเงินสร้างตึกอุบัติเหตุ รพ. และสถานีตำรวจเพิ่มเติมอีก รวมเงินบริจาคในการสร้างศูนย์ราชการของ อ.หนองบุญมากทั้งหมดจำนวน 54 ล้านบาท ทั้งนี้หลวงพ่อคูณเห็นสมควรเปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่ในวันที่ 22 พ.ค. 2546 และต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมควรเปลี่ยนชื่อ อ.หนองบุนนาก เป็น อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา จนถึงปัจจุบัน
ขอบคุณ link ข่าว  ...http://bit.ly/2S0oKfx

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

 “นางงามโลก” 

โพสต์ ความประทับใจ 

บอกว่า... "ประเทศไทยสอนฉันเยอะมาก"


เป็นที่ฮือฮามากในประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก Vanessa Ponce de León ของ วาเนสซา ปองเซ เดอ เลออง สาวงามจากประเทศเม็กซิโก เจ้าของมงฯฟ้า มิสเวิลด์ 2018 นางงามโลกคนล่าสุด ได้มีการขึ้นข้อความเผยความรู้สึก หลังได้มาเยือนประเทศไทย และความประทับใจที่มีต่อคนไทย ข้อความระบุว่า ประเทศไทยสอนฉันเยอะมาก ข้อแรก การเคารพให้เกียรติ ทุกๆครั้งที่มีใครเข้ามาในห้อง ชาวไทยจะพูดว่า “สวัสดีค่ะ” พร้อมทั้งพนมมือแล้วคำนับ


เรื่องที่สอง ความสมบูรณ์แบบในการทำอาหาร ทุกรสชาติและรสสัมผัส สามารถอยู่ด้วยกันได้ในจานเดียว และมันสุดยอดมาก! ทั้งเผ็ด,เปรี่ยว,กรอบ และหวาน แซ่บบบบบบบบบบบบบบบบบบ
เรื่องที่สาม ความกตัญญู คำที่ใช้มากที่สุดในภาษาไทยคือ “ขอบคุณค่ะ” ซึ่งแปลว่า “ขอบคุณ” และพวกเขาคำนับอีกครั้ง ฉันไม่เคยได้ยินใครบ่นในประเทศไทย แม้จะอยู่ในความเครียดหรือความโกรธ พวกเขามักจะมีความสุขมากในเวลาที่คุณฟังพวกเขา พวกเขาให้ความสำคัญกับคำแนะนำของคุณ และเห็นอกเห็นใจคุณเสมอ

และสุดท้าย: อิสระ ประเทศไทยแปลว่า ” แผ่นดินของคนไทย ” และ ” ไทย ” หมายถึง เป็นอิสระหรือไม่เคยถูกยึดครอง พวกเขาเป็นประเทศที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร พวกเขาสร้างตัวเองเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และความเมตตาต่อกันและกัน


ขอขอบคุณฉันจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ #MissWorld
วาเนสซา ปองเซ เดอ เลออง มิสเวิลด์ 2018
ข้อมูลและภาพจาก Vanessa Ponce de León
ขอบคุณ link ข่าว ....http://bit.ly/2RnewR5

โรคกระดูกอักเสบ ภัยเงียบใกล้ตัว

                         เตือนประชาชนหากมีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูก เคลื่อนไหวกระดูกส่วนที่อักเสบได้น้อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อย่ามองว่าเล็กน้อยอาจเป็นโรคกระดูกอักเสบได้ควรรีบพบแพทย์
                       นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีการการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคกระดูกอักเสบ คือโรคที่เกิดจากกระดูกติดเชื้อโรค โดยทั่วไปมักเป็นจากเชื้อแบคทีเรีย แต่อาจพบจากติดเชื้อราได้ โรคกระดูกอักเสบเกิดได้กับกระดูกทุกชิ้นของร่างกาย ที่พบบ่อยคือ กระดูกขา เท้า และกระดูกสันหลัง โดยทั่วไปมักพบกระดูกอักเสบเพียงตำแหน่งเดียว 
                      แต่อาจพบหลายตำแหน่งพร้อมกันได้ นอกจากนี้ยังพบได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ และมีโอกาสเกิดเท่ากันทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย สาเหตุของโรคกระดูกอักเสบเกิดได้ 3 ทาง คือ การติดเชื้อจากกระแสเลือด เนื้อเยื่อหรืออวัยวะใกล้เคียงกระดูกที่อักเสบติดเชื้อ และการติดเชื้อจากเนื้อเยื่อกระดูกขาดเลือดจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูกที่อักเสบ เคลื่อนไหวกระดูกส่วนที่อักเสบได้น้อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหารในกระดูกอักเสบเรื้อรังมักมีแผลและหนองไหล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงกับกระดูกอักเสบเจ็บ โต คลำพบก้อน
                          นายแพทย์สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากโรคกระดูกอักเสบ อาทิเกิดอุบัติเหตุหรือผ่าตัดกระดูกหรือข้อในระยะเวลา 1 - 3 เดือนก่อนเกิดกระดูกอักเสบ ป่วยด้วยโรคที่ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีดยา เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยโรคกระดูกอักเสบได้จากประวัติการเจ็บป่วย การตรวจร่างกายในตำแหน่งกระดูกที่มีอาการโดยการเอกซเรย์ การเพาะเชื้อจากหนอง และอาจตัดชิ้นเนื้อกระดูกชิ้นที่มีอาการเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อนำมาวินิจฉัยให้ได้ผลแน่นอนที่สุด 
                             สำหรับการรักษาโรคกระดูกอักเสบ มี 2 วิธีหลัก ได้แก่ 1.การให้ยาฆ่าเชื้อที่มีคุณสมบัติตรงกับเชื้อที่ตรวจพบ โดยให้ยาทางหลอดเลือดดำและรับประทานยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่จะประเมินจากชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของอาการอักเสบ และสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย 2.การผ่าตัด เช่น การผ่าตัดเพื่อปลูกกระดูกใหม่ การตัดขาหากเกิดกระดูกขาอักเสบรุนแรงมากและเรื้อรัง ทั้งนี้วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรักษาความสะอาดของร่างกายและสิ่งของเครื่องใช้อยู่เสมอ คอยระวังอย่าให้มีดบาดหรือเกิดอุบัติเหตุจนมีแผล โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกอักเสบ ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่แน่ใจในอาการ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาต่อไป
ขอบคุณ link  ข่าว ...http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/825553

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

ความเครียด  
ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง 

ความเครียดที่ต่อเนื่องยาวนานเนื่องจากการจราจรในแต่ละวัน คนในครอบครัวป่วย หรือสถานะการทำงานที่ย่ำแย่ล้วนบั่นทอนสุขภาพจิตของคุณ แม้ว่าการระบุสาเหตุของความเครียดจะไม่ใช่เรื่องยากแต่ผลข้างเคียงทางกายภาพก็ใช่ว่าจะดูออกได้อย่างง่ายๆ ทางที่ดีคุณควรสังเกตอาการดังต่อไปนี้หากพบว่าตัวเองกำลังเครียด รู้สึกเหนื่อยล้า หรือวิตกกังวลมากเกินไป

1 กัดฟัน

หากจู่ๆคุณมีอาการเสียวฟันมากกว่าปกติ คุณอาจจะกัดฟันทุกครั้งที่ประชุมกับหัวหน้า (หรือเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เครียดพอๆกัน) และเมื่อคุณกัดฟันก็จะทำให้ผิวเคลือบฟันหลุดซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดฟัน แล้วคุณเคยปวดศีรษะโดยที่ไม่มีสาเหตุไหม? นี่ก็อาจเกิดจากการกัดฟันของคุณเช่นกัน

2. ไม่สบายท้อง
ความรู้สึกสบายท้องสามารถบ่งบอกอารมณ์ของคุณได้ หากคุณรู้สึกหงุดหงิดบ่อยๆก็เป็นไปได้ว่าคุณจะรู้สึกไม่สบายท้องด้วยเช่นกัน เชื่อกันว่าความวิตกกังวลจะทำให้ระดับเซโรโทนินเปลี่ยนแปลงซึ่งส่งผลให้ท้องตอบสนองต่อความรู้สึกหงุดหงิดดังกล่าว

3.ปวดเมื่อยตามร่างกาย 

เมื่อคุณรู้สึกเครียดกล้ามเนื้อก็จะตึงและคลายตัวหากคุณได้พักผ่อน แต่ถ้ากล้ามเนื้อตึงถาวรก็จะทำให้เริ่มรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย

4.  เป็นไข้หวัด
คุณอุตส่าห์รับประทานแต่ผลไม้ตระกูลส้มแต่ก็ยังเป็นหวัดอยู่ดี กลุ่มนักวิจัยของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนพบว่าถ้าคุณมีอาการเครียดติดต่อกันมากกว่าหนึ่งเดือนก็มีโอกาสที่จะป่วยได้ง่าย

5. สิวเห่อ

คุณรู้สึกว่าตัวเองสิวเห่อทุกครั้งที่สอบปลายภาคหรือเปล่า? นั่นเป็นเพราะความเครียดทำให้ต่อมหมวกไตกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันซึ่งส่งผลให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นและทำให้กลายเป็นสิวยังไงล่ะ นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้เลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้นและส่งผลให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวจนทำให้ผิวหนังมีลักษณะคล้ายอักเสบและบวมช้ำ และถ้าคุณได้รับสารอาหารไม่เพียงพอขณะเครียดก็อาจทำให้สิวหายช้าตามไปด้วย ดังนั้นการฝึกโยคะก็น่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด..ไม่ใช่กรดซาลิไซลิกนะ

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562

โรงงานเหล็กจีนใจป้ำ 

แจกโบนัสพนักงาน 5,000 คน 

เป็นเงินกว่า 1,400 ล้านบาท


                          บริษัทผลิตเหล็กในจีน กองเงินโบนัสสูงเท่าภูเขา มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ตอบแทนพนักงาน 5,000 คน ที่ตั้งใจทำงาน
                        เว็บไซต์ Shanghaiist เปิดเผยว่า บริษัทผลิตเหล็กในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี ประเทศจีน ได้ขนธนบัตรมัดเป็นปึกมหึมา มูลค่ารวมกันกว่า 300 ล้านหยวน (ราว 1,400 ล้านบาท) นำมาจัดวางเรียงซ้อนกันเป็นภูเขาสูงท่วมศีรษะ เพื่อแจกจ่ายเป็นโบนัสประจำปีให้แก่พนักงาน 5,000 คน ต้อนรับตรุษจีน
                       ตามรายงานระบุว่า พนักงานของบริษัทผลิตเหล็กแห่งนี้ แต่ละคนจะได้รับโบนัสเฉลี่ย 60,000 หยวน (ราว 280,000 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปีที่ผ่านมา ขณะที่พนักงานรายหนึ่งกล่าวว่า “โบนัสก้อนโตขนาดนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะใช้มันอย่างไร !”
                      ทั้งนี้ การแจกโบนัส “ภูเขาเงินสด” ของโรงงานเหล็กดังกล่าว ไม่ใช่วิธีแปลกประหลาดครั้งแรกในประเทศจีน เมื่อปีที่แล้วบริษัทแห่งหนึ่งได้ให้พนักงานเล่นเกมตักเงินสดภายในตู้กระจก ให้ได้จำนวนมากที่สุดในเวลาที่กำหนด ส่วนการแจกเงินโบนัสจำนวนมหาศาลเช่นนี้ ของบริษัทในจีนก็มิใช่ครั้งแรกเช่นกัน เพราะบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์สมาร์ตโฟนชื่อดังอย่างเสียวหมี่ เคยมอบโบนัสราว 5 หมื่นล้านบาท ตอบแทนพนักงานมาแล้ว

ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.sanook.com/news/7658206/

 

ผู้ว่าฯ ราชบุรี สั่งด่วน 

“ห้ามเผาทุกกรณี” 

หลังฝุ่นปกคลุมทั่วพื้นที่ ฝ่าฝืนมีโทษ

                        เตือนระวังกระทบสุขภาพ  นายชยาวุธ  จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้มีหนังสือด่วนที่สุด จากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี ลงวันที่ 26 ม.ค.  เรื่อง ห้ามเผาไร่ นา ขยะ ฯลฯ โดยเด็ดขาดในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ตามที่จังหวัดราชบุรีได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและอาจขยายเป็นวงกว้าง เพื่อให้คุณภาพอากาศในบรรยากาศจังหวัดอยู่ในเกณฑ์ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
                       ขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามประกาศกองอำนวยการฯ สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่งด การเผาทุกชนิดในพื้นที่รับผิดชอบ  ขอให้ประชาชน งดการกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิด กลิ่น แสง รังสี ความร้อน สิ่งมีพิษ ฝุ่นละออง เขม่า เถ้า หากมีการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยให้เปลี่ยนวิธีการกำจัดวัชพืช และผลผลิตทางการเกษตรเป็นการทำปุ๋ยหมัก หรือใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการเร่งการย่อยสลาย ห้ามเผา ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติโดยเด็ดขาด การห้ามเผาทุกกรณีถ้าเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ป่า ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ จะมีการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญาโดยเฉียบขาด มีโทษปรับสูงสุด 150,000 บาท  จำคุกสูงสุด 15 ปี
                          นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้ทำหนังสือขอฝนหลวงแล้ว ซึ่งกรมฝนหลวงได้แจ้งมาว่า จะติดตามสภาพอากาศ หากมีความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถปฏิบัติทำฝนหลวงแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ราชบุรีให้ลดลง
                         ส่วนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ขณะนี้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้นำรถบรรทุกฉีดน้ำล้างถนนที่มีฝุ่นดินจับ และพ่นฉีดละอองน้ำสู่อากาศ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศทั้งวันเสาร์และอาทิตย์ บริเวณถนนในเขตชุมชนเมือง โดยเฉพาะในช่วงเช้าถึงเที่ยงที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายกว่าช่วงบ่าย เพื่อช่วยลดผลกระทบค่าฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น
                       ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ราชบุรี ได้รายงานตรวจวัดคุณภาพอากาศช่วงเวลา 11.00 น. อยู่ในเกณฑ์สีแดง วัดได้ 98 ไมโครกรัม มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สภาพบรรยากาศพื้นที่ราชบุรีถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองเต็มพื้นที่แล้ว  ประชาชนที่จะออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ขอบคุณ link ข่าว ....https://www.sanook.com/news/7658238/

ชื่นชม 3 นักศึกษา

สวมบทฮีโร่

กระโดดถีบโจรกระชากสร้อยคุณยาย


                     นักศึกษาฮีโร่พลเมืองดีทั้ง 3 คน คือ นายเกียรติชัย  อุสุพานิช อายุ 17 ปี นายธนานุวัฒน์  ชัชวาลปรีชา อายุ 17 ปี และนายเพชร แสงภู อายุ 16 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นศึกษา ปวช.2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี โดยที่ทั้งหมดได้เข้าช่วยเหลือ นางหนูคูณ  สีลานวล  อายุ 63 ปี ผู้เสียหายรายนี้ ที่ตกเป็นเหยื่อ ถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอหนัก  3 บาท ที่สวมใส่อยู่  ขณะกำลังยืนรอขึ้นรถ ไปร่วมงานศพ 

                       โดยที่ฮีโร่ทั้ง 3 คน ได้ช่วยกันไล่จับและกระโดดถีบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย  ขณะก่อเหตุจนล้มลง ทำให้สร้อยคอหลุดจากมือ  ตกอยู่บนพื้นข้างทาง ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ

                          เหตุการณ์ระทึกในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ บริเวณปากทาง เข้าออกบ้านข้าวสาร ในพื้นที่ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ขณะที่พลเมืองดีทั้ง 3 คน กำลังนอนเล่นอยู่ในศาลาข้างทางที่เกิดเหตุจนกระทั่งได้ยินเสียงยายอายุ 63 ปีผู้เสียหาย ร้องขอความช่วยเหลือ                           หลังจากที่คนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์เข้ามาทำทีเข้ามาสอบถามเส้นทาง ก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ โดยผู้เสียหายได้มอบเงินให้กับฮีโร่พลเมืองดีทั้ง 3 คน คนละ 1,000 บาท เพื่อเป็นสินน้ำใจในการช่วยเหลือดังกล่าว ขณะที่ล่าสุด ตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี   อยู่ระหว่างไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ขอบคุณข่าว ...http://news.ch7.com/detail/323472?refid=line

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2562

ชื่นชม! บัณฑิตหนุ่มกราบเท้าพ่อถึงที่ทำงาน 

พ่อติดภารกิจราชการ ไม่มีเวลาไปร่วมยินดี




                  เผยภาพสุดประทับใจของบัณฑิตหนุ่มรายหนึ่ง ได้เข้ากราบเท้าคุณพ่อถึงที่ทำงาน เนื่องจากพ่อติดภารกิจปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงไม่มีเวลาไปร่วมแสดงความยินดี ใบปริญญาถือเป็นรางวัลใหญ่ให้พ่อ
                  วันนี้ 26 ม.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สุวัฒน์ ชื่นชอบ” ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพสุดประทับใจ ของบัณฑิตหนุ่มรายหนึ่งที่ได้เข้าไปกราบเท้าพ่อถึงที่ทำงาน เนื่องจากพ่อของบัณฑิตหนุ่มรายดังกล่าวติดภารกิจปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงไม่มีเวลาที่จะซื้อดอกไม้และถ่ายรูปสวย แสดงความยินดีแก่ลูกชายที่ประสบความสำเร็จ ภาพที่เห็นเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ให้คุณพ่อก่อนเกษียณอายุราชการ ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ หุมอาจ รอง สว.(ป.) ส.ทล.3 กด.5 บก.ทล.
                      ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่สู่โลกออนไลน์ และมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมแสดงความยินดีและชื่นชมเป็นจำนวนมาก




ขอบคุณ link  ข่าว ...



http://bit.ly/2G32MkA

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...