วิธีเพิ่มพูนไอคิวสมอง สมาธิ และความคิดสร้างสรรค์
การเป็นคนฉลาด คือ สิ่งที่หลายคนปรารถนา แม้ว่าโปรแกรมการฝึกสมองจะเป็นทางเลือกในการเพิ่มพูนไอคิว สมาธิ และความคิด สร้างสรรค์ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีการฝึกสมองที่ไม่ต้องเสียเงินและทำให้คุณฉลาดหลักแหลมกว่าเดิมได้อีกด้วย
ความสำคัญของการฝึกสมอง
พื้นฐานสำคัญในสมองคือเซลล์ประสาท เราสามารถพัฒนาพลังและสติปัญญาของสมองได้โดยการฝึก งั้นมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
1.เรียนรู้โดยการสอน
วิธีทำ
- นำแนวคิดมาแยกเป็นส่วนๆ (วิเคราะห์) จากนั้นก็นำกลับมาปะติดปะต่อกัน (สังเคราะห์)
- หาวิธีสอนแนวคิดดังกล่าว เช่น ผ่านช่องทางออนไลน์หรือสถานที่ต่างๆ เช่น Udemy
- ใช้เครื่องมือพัฒนาการคิดเชิงระบบเพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์รวมทั้งสอนแนวคิดดังกล่าวด้วย
2.เรียนรู้โดยการเขียน
วิธีทำ
- เริ่มต้นเขียนในบล็อกต่างๆ (เช่น Lifehack.org) หรือของตัวเอง
- นำแนวคิดมาแยกเป็นส่วนๆ (วิเคราะห์) จากนั้นก็นำกลับมาปะติดปะต่อกัน (สังเคราะห์)
- เขียนเนื้อหาที่คุณกำลังเรียนรู้และรอผลตอบรับหลังจากที่ผลงานได้เผยแพร่ออกไปแล้ว
3.เรียนรู้โดยการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรงและมีการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองรวมทั้งเพิ่มปริมาณสาร BDNF ที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ด้วย
วิธีทำ
- เริ่มต้นออกกำลังกาย
- เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร งดน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์และเริ่มรับประทานวิตามินเพื่อบำรุงการทำงานของสมอง
4.เรียนรู้โดยการฟังหนังสือเสียง
คุณสามารถฟังหนังสือเสียงขณะออกกำลังกาย ขับรถ ตัดหญ้า ทำงานบ้าน หรือกิจกรรมอื่นๆไปพร้อมๆกันได้
วิธีทำ
- ซื้อหูฟังไร้สาย
- ลงทะเบียนแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อกับห้องสมุดใกล้บ้าน เช่น OverDrive และสำรวจหนังสือเสียงผ่านแอปพลิเคชั่นนี้
- ซื้อหนังสือเสียงลดราคาผ่าน Audible.com หรือถ้าหาไม่ได้จาก OverDrive หรือตามร้านหนังสือใกล้บ้าน
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Natural Reader (หรือใกล้เคียงกัน) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นที่สามารถเปลี่ยนข้อความให้เป็นเสียงได้
- หลังจากที่ฟังหนังสือเสียงมาสักพักหนึ่งแล้ว คราวนี้ก็ลองเพิ่มความเร็วขึ้น
5.เรียนรู้จากการอ่านอย่างชาญฉลาด
เริ่มต้นอ่านหนังสือให้เร็วขึ้นและฉลาดมากขึ้นโดยเฉพาะหนังสือบางเล่ม
วิธีทำ
- เปิดอ่านผ่านๆก่อน เริ่มจากหน้าปกใน สารบัญ และปกหลัง
- ระบุใจความสำคัญของผู้เขียน (และประเด็นหลักในหนังสือ) ถามตัวเองว่า “ทำไม” ตลอดเวลาที่อ่าน เช่น “ทำไมผู้เขียนจึงโต้แย้งประเด็นนี้?”
- เมื่ออ่านจบทั้งเล่มรวมถึงบทสรุปของเรื่อง ลองถามตัวเองด้วยคำถาม 3 ข้อนี้
- อะไร? เกิดอะไรขึ้นในหนังสือเล่มนี้?
- แล้วไง? อะไรคือบทสรุปสำคัญ?
- อย่างไรต่อ? คุณจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลใหม่นี้อย่างไร?
6.เรียนรู้การอ่านย้อนหลัง
จงอ่านประโยคต่อไปนี้ After reading this sentence, you will realize that the the brain doesn’t recognize a second ‘the’ คราวนี้ลองอ่านซ้ำอีกครั้ง สังเกตไหมว่าคุณพลาด ‘the’ ตัวที่สองไป? เนื่องจากสมองของเรามีเหตุผลและดำเนินไปข้างหน้า เราจึงมองไม่เห็น ‘the’ ตัวที่สอง อย่างไรก็ตามถ้าเราอ่านประโยคนั้นย้อนหลังก็จะจับใจความได้เสมอ
i. นำเลขสองหลักมาคูณกับสิบเอ็ด
- 32 x 11
- นำเลขสองตัวมาบวกกันง่ายๆ เช่น 3 + 2 = 5
- วาง 5 ไว้ตรงกลางระหว่าง 3 กับ 2 และคุณก็จะได้คำตอบ 352
- 32 x 11 = 352
ii. นำเลขสองหลักมาบวกกัน
- 84 + 57
- เริ่มจาก 84 + 50 = 134
- จากนั้นก็บวก 7 เข้าไป 134 + 7 = 141
- 84 + 57 = 141
iii. นำเลขสามหลักมาลบกัน
- 645 – 372
- เริ่มจาก 645 – 400 = 245
- จากนั้นก็บวก 28 เข้าไป จะได้ 400 – 372 = 28
- 245 + 20 = 265 + 8 = 273
- 645 – 372 = 273
iv. การคูณ
เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่ใช้ได้คือการคาดเดา
88 x 54 จะใกล้เคียงกับ 90 x 50 = 4500
เนื่องจากการคูณ 9 x 5 = 45 จะทำได้ง่ายกว่า
แต่คำตอบที่ถูกต้องคือ 88 x 54 = 4752
- คิด : สร้างทฤษฎี ทำนาย วางแผน
- ลอง : ทดสอบ สังเกต บันทึก ปฏิบัติ
- เรียนรู้ : วิเคราะห์ ระบุนิยาม เปลี่ยนแปลง เติบโต
9.เรียนรู้แอปพลิเคชั่นฝึกสมอง
Elevate กับ Lumosity คือโปรแกรมฝึกสมองเพื่อพัฒนาสมาธิ ความสามารถในการพูด การประมวลความเร็ว ความจำ ทักษะการคำนวณ และอื่นๆอีกมากมาย ทั้งสองโปรแกรมนี้ประกอบไปด้วยเกมและปริศนามากกว่า 40 ข้อเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและความเข้าใจ
10.เรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ
การเรียนรู้ภาษาใหม่เป็นอีกหนึ่งวิธีในการพัฒนาสติปัญญาและความสามารถในการรับรู้ของคุณ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น