วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

เผย10 ชาติ  

แหล่งเพาะมหาเศรษฐีโลก 

อีก 5 ปีข้างหน้า

                       เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจอย่างสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น มีสัดส่วนมหาเศรษฐีโลกสูงที่สุด แต่หากพูดถึงโอกาสสร้างเศรษฐีใหม่ ประเทศที่จะมีจำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นมากใน 5 ปีข้างหน้า กลับกลายเป็นม้ามืดที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง
                      เว็บไซต์ซีเอ็นบีซี รายงานอ้างข้อมูลจาก “High Net Worth Handbook 2019" ของบริษัทวิจัยความมั่งคั่ง “เวลธ์เอ็กซ์” ศึกษาบุคคลที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง (1-30 ล้านดอลลาร์) กว่า 540,000 คน เพื่อคาดการณ์แนวโน้มความมั่งคั่งโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้า วัดจากระดับความมั่งคั่งในปัจจุบัน คาดการณ์จำนวนประชากร และโอกาสการลงทุนในอนาคต
                      ผลการศึกษาพบว่า ประเทศที่มีประชากรมั่งคั่งขึ้นมากที่สุด เป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ในแอฟริกา เอเชีย และยุโรปไม่กี่ประเทศ โดยไนจีเรียจากแอฟริกาตะวันตกครองแชมป์ ระหว่างนี้ถึงปี 2566 จะมีประชากรมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดปีละ 16.3% รองลงมาคืออียิปต์ 12.5% และบังกลาเทศ 11.4%
                     ประเทศร่ำรวยอยู่แล้วอย่างสหรัฐและจีน ที่มีมหาเศรษฐี 8.7 ล้านคน และ 1.9 ล้านคนตามลำดับยากที่จะทำได้แบบเดียวกัน แม้เศรษฐกิจจีนจะเติบโตมากก็ตาม
                      นอกจากนี้  รายงานค้นพบข้อมูลแปลกๆ ที่น่าสนใจบางอย่าง เช่น โปแลนด์และเคนยา ถือเป็นเคสที่น่าประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาสองประเทศไม่เคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ชั้นนำเหมือนกับบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ที่เรียกกันว่า “บริกส์” หรือ เม็กซิโก อินโดนีเซีย ไนจีเรีย และตุรกี ในนามกลุ่ม “มินต์”
                    รายงานตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การจัดอันดับประเทศท็อปเท็นที่มีประชากรมั่งคั่งสูงเพิ่มจำนวนขึ้นเร็วที่สุดมีความหลากหลาย “หากวัดจากเศรษฐกิจเราคาดว่าประเทศที่ร่ำรวยน้อยจะมีคนมั่งคั่งน้อย แต่โปแลนด์กับเคนยาพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เช่นนั้น”
                  หากพิจารณาจากแหล่งที่มีความมั่งคั่งของแต่ละประเทศก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ประเทศที่ร่ำรวยสินค้าโภคภัณฑ์อย่างไนจีเรียและอียิปต์ สามารถสั่งสมความมั่งคั่งจากการส่งออกพลังงานขณะที่บังกลาเทศ ที่มีประชากรร่ำรวยสุดๆ (สินทรัพย์สุทธิมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์) โตเร็วมากที่สุดในโลกในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
                   เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ และเคนยา ก็เป็นประเทศที่ได้รับผลจากการลงทุนเชิงโครงสร้างเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ยูเครนและโปแลนด์ได้ประโยชน์จากการเติบโตของภาคเทคโนโลยีช่วยหนุนเศรษฐกิจ
                  ส่วนจีน  ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะเศรษฐีใหม่ยังได้ประโยชน์ต่อไป จากนโยบายเศรษฐกิจแห่งชาติอย่างครอบคลุมของรัฐบาลคาดกันว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าเมืองมั่งคั่งสุทธิสูง 40 เมืองทั่วโลกจะอยู่ในจีนถึง 32 เมือง

ขอบคุณ link ข่าว ....http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/824934

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...