วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2562

...เลือกคบคนเช่นไรดี ...       

                      วันนี้ น้องกิ๊กก๊อก ขอนำการเลือกคบคนมาฝาก    .....ดูเป็นเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว  แต่บางครั้งเมื่อเราอยู่ในกระแสกิเลส ความโลภ  ความโกรธ  ความหลงครอบงำ อาจจะทำให้มองไม่เห็น   เหมือนเส้นผมบังภูเขา  แม้จะหนักแน่น มั่นคง ในความดีอย่างไร  ก็ทำให้เกิดการหลงผิดได้ 

                      ในเรื่องนี้มีในพระไตรปิฎกหลายตอน  ...เช่นเรื่องของพระเจ้าอชาตศรัตรู  ไปคบกับพระเทวทัต จนทำให้หลงผิดจนต้องสร้างกรรมหนัก คือ ฆ่าพระเจ้าพิมพิสาร  ซึ่งเป็นพ่อของตนเอง  เป็นเหตุให้ทำอนันตริยกรรม  ต่อมาสำนึกผิดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต   บุญกุศลที่ได้ทำไว้ทำให้พระองค์ไม่ไปบังเกิดมหาขุมนรกอเวจี แต่ไปเกิดขุมนรกที่ชื่อว่า โลหกุมภีนรก เสวยทุกขเวทนาเป็นเวลา 60,000 ปี นรก

                       อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องช้างพลายมหิฬามุขในอดีตกาล เป็นช้างมงคลของพระเจ้าพรหมทัต  เป็นช้างมีศีล สมบูรณ์ด้วยอาจาระ  มีมารยาทดี  ไม่เบียดเบียนใครๆ. 

             วันหนึ่ง โจรมาอยู่ใกล้โรงช้างนั้น นั่งปรึกษาการลัก  ต้องทำลายอุโมงค์อย่างนี้ ..ต้องกระทำการตัดช่องย่องเบาอย่างนี้ .. แล้วลักเอาสิ่งของไป ..บุคคลผู้เมื่อจะลัก ต้องฆ่า และต้องประหารแล้วจึงลัก ทำให้ไม่มีคนลุกขึ้นมาต่อสู้ โจรต้องเป็นผู้กักขฬะ หยาบช้า ป่าเถื่อน.  พวกโจรพากันมาปรึกษาในที่นั้น หลายวัน 
 
                ช้างได้ฟังคำของโจรเหล่านั้น  จึงคิดว่า บัดนี้ เราต้องเป็นผู้กักขฬะ หยาบช้า ป่าเถื่อน จึงได้เอางวงจับคนเลี้ยงช้าง ที่มาแต่เช้าตรู่ ฟาดที่พื้นดินให้ตาย  พวกราชบุรุษจึงกราบทูลแด่พระราชาว่า ช้างมหิฬามุขเป็นบ้า ฆ่าคนที่พบเห็นแล้ว

                 พระราชาทรงส่งพระโพธิสัตว์ไปดู  รู้ว่า ช้างนั้นไม่มีโรคในร่างกาย จึง  คิดว่า เพราะเหตุไรหนอ ช้างนี้จึงเกิดเป็นช้างดุร้าย เมื่อใคร่ครวญไปจึงสันนิษฐานว่า ช้างนี้ได้ฟังคำของใคร ๆ  จึงเป็นช้างดุร้ายแน่นอน จึงถามพวกคนเลี้ยงช้างว่า มีคนบางพวกเคยกล่าวคำอะไรในตอนกลางคืน ณ ที่ใกล้ช้าง หรือไม่? 

                พวกคนเลี้ยงช้างกล่าวว่า  พวกโจรพากันมาประชุมกัน. พระโพธิสัตว์จึงไปกราบทูลแด่พระราชาว่า ความพิการไม่มีในร่างกายแห่งช้าง  ช้างนั้นดุร้าย เพราะได้ฟังถ้อยคำของพวกโจร . พระราชาตรัสถามว่า  ควรจะทำอย่างไร? พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า นิมนต์สมณพราหมณ์ผู้มีศีลให้นั่งในโรงช้าง แล้วกล่าวถึงศีลและอาจาระ จึงจะควร . พระราชาให้ทำอย่างนั้น 
 
              พระโพธิสัตว์จึงนิมนต์สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีศีลให้นั่งในโรงช้าง แล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวศีลกถา ว่าด้วยเรื่องศีล สมณพราหมณ์เหล่านั้นนั่งในที่ไม่ไกลช้าง พากันกล่าวศีลกถาว่า ไม่พึงปรามาสจับต้อง ..ไม่พึงด่าใครๆ..ควรเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยศีลและอาจาระ.. เป็นผู้ประกอบด้วยขันติ.. มีเมตตา และมีความเอ็นดู 

               ช้างนั้นได้ฟังแล้วคิดว่า  จำเดิมแต่บัดนี้ไป เราควรเป็นผู้มีศีล ตั้งแต่นั้นก็ไม่ทำร้ายใครอีก. พระราชาตรัสว่า ช้างดุร้ายชื่อเห็นปานนี้ อาศัยบัณฑิตทั้งหลาย จึงตั้งอยู่ในธรรมอันเป็นของเก่าได้ 

                      จะเห็นได้ว่า  การใกล้ชิด ได้ฟังคำไม่เป็นมงคลจากโจรทุกวัน  ทำให้ช้างใจคอโหดร้ายเหมือนโจร  ..เมื่อได้มาฟังบัณฑิต  ก็มีศีล เรียบร้อย มีเมตตา มีความเอ็นดู  ดังเดิม  เพราะฉะนั้น การเข้าใกล้ใคร มีความสำคัญจริง ๆ  คนโบราณจึงกล่าวว่า  ห่างสุนัขให้ห่างศอก  ห่างวอกให้ห่างวา  ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์

                                         อีกเรื่องเอามาจาก   มหานารทกัสสปชาดก ความว่า ...
                 บุคคลคบคนเช่นใด    เป็นบุรุษผู้มีศีล หรืออสัตบุรุษผู้ไม่มีศีล  เขาย่อมตกอยู่ในอำนาจของผู้นั้น        บุคคลกระทำคนเช่นใดให้เป็นมิตร  ... เข้าไปคบหาคนเช่นใด    แม้เขาก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น                
                    นักปราชญ์ไม่ควรเอาคนชั่วเป็นสหาย           เพราะกลัวแปดเปื้อนความชั่ว     การคบกับคนพาล    ย่อมเหมือนบุคคลเอาใบไม้ห่อปลาเน่า    แม้ใบไม้ก็มีกลิ่น  เหม็นฟุ้งไปฉะนั้น    ส่วนการคบหาสมาคมกับนักปราชญ์   ย่อมเป็นเหมือนบุคคลเอาใบไม้ห่อของหอม  แม้ใบไม้ก็มีกลิ่นหอมฟุ้งไปฉะนั้น

                     พระพุทธองค์ตรัสว่า... “บุคคลแม้ไม่ทำบาป แต่ยังคบคนทำบาป   ก็ต้องถูกระแวงสงสัยในบาปเรื่อยไป   และได้รับคำตำหนิติเตียนมากมาย




                     บุคคลมีคนเช่นใดเป็นมิตร  และคบสนิทคนเช่นใด เขาก็เป็นเช่นคนนั้น   เพราะการอยู่ด้วยกันเป็นเช่นนั้น   คนชั่วเมื่อมาคบมาเกี่ยวข้องกับคนดีทั่วไป  หรือคนดีหลงไปคบ ไปเกี่ยวข้องเข้า 
ย่อมพลอยทำให้คนดีแปดเปื้อนบาปไปด้วย   เหมือนลูกศรอาบยาพิษ ถูกยาพิษแปดเปื้อนแล้ว   ย่อมทำลายแล่งลูกศรที่สะอาดให้แปดเปื้อนไปด้วย ฉะนั้น     ผู้มีปัญญา จึงไม่คบคนชั่วเป็นมิตรเลย  อุปมาเหมือนอย่าง.....
                        ใบหญ้าคาที่คนนำมาใช้ห่อปลาเน่า  ก็พลอยเหม็นเน่าส่งกลิ่นคลุ้งตามไปด้วย ฉันใด   การคบคนพาล ก็ฉันนั้น

                         ใบไม้ทั้งหลายที่คนนำมาห่อกฤษณา   ก็พลอยมีกลิ่นหอมฟุ้งตามไปด้วย ฉันใด   การคบบัณฑิต ก็ฉันนั้น
                         เพราะฉะนั้น บัณฑิตรู้ผลดีผลเสียที่จะเกิดแก่ตน ดุจใบไม้ที่ใช้ห่อแล้ว ไม่ควรคบอสัตบุรุษ   ควรคบแต่สัตบุรุษเท่านั้น
เพราะว่า อสัตบุรุษย่อมชักนำให้ตกนรก     ส่วนสัตบุรุษย่อมชักนำให้เข้าถึง สุคติ”  ( พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต)
                            ท้ายสุดนี้ น้องกิ๊กก๊อกคิดว่า ทุก ๆ ท่าน คงจะได้แนวทางในการเลือกคบคน  และมองได้ชัดเจนว่า  ใครที่เราควรคบบ้าง...   และใครที่เราควรห่างบ้าง  ....ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้ง  มีการเลือกทีม  เลือกพรรคที่จะเข้ามาทำงานไปด้วยกันอีกหลายปี  ก็ขอให้พิจารณาให้ดี ๆ     ... น้องกิ๊กก๊อกก็ขอส่งแนวทางการเลือกคบคนมาให้  ด้วยความรัก  ด้วยความปรารถนาดี  และด้วยความจริงใจค่ะ
......................................

#ธรรมะดีดี  #ข้อคิด #สาระดีดี #มีประโยชน์  #คนจริง #รักจริง  #จริงใจ #กรรม #รักจริงต้องแชร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...