วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

                 

                 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงแนะก่อนบังคับใช้กม.อย่างเคร่งครัด ควรคำนึงเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ และประเพณี สิ่งต่างๆ ที่ฝ่ายบ้านเมืองทำไว้ในวันนี้มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คนรุ่นหลักใช้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อพระสงฆ์ทั้งประเทศทันที หากวันหน้าผู้นำประเทศไม่ใช่ชาวพุทธขึ้นมา พระพุทธศาสนามิแหลกลาญเพราะแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือ??
วันนี้ ! 25 ก.พ. 2560 - 13.59 น.

                    พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยา เสด็จ ประทานพระดำรัสเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมและพัฒนา

                    ทรงแนะก่อนบังคับใช้กม.อย่างเคร่งครัด ควรคำนึงเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ และประเพณี..

                     ทรงประทานพระดำรัส ที่แสดงความอัจฉริยภาพทางกฎหมาย เป็นหลักนิติธรรมในการทำงานถือว่าควรนำมาพิจารณาอย่างยิ่ง...เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันพอดีนำมาให้อ่านประดับสติปัญญา เพื่อเป็นข้อคิดสำหรับผู้ที่คิดง่ายๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

                     ฝ่ายบ้านเมือง เวลาจะทำอะไร ก็คุ้นเคยแต่เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว ทำให้เมื่อมาทำงานเกี่ยวกับศาสนา
ไม่ทันได้คิดถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ไปด้วย

                     ขณะที่ฝ่ายพระเถระผู้ใหญ่ จะตัดสินใจทำอะไรแต่ละเรื่องต้องคำนึงผลกระทบถึง 5 เรื่อง คือ 
1. ธรรมวินัย 
2. กฎหมายบ้านเมือง 
3. กฎหมายสงฆ์ 
4. ธรรมเนียมปฏิบัติ 
5. เถระบัญญัติ

    เพราะทั้ง 5 เรื่องนี้ คือเสาหลักที่ค้ำจุนเถรวาทมา 2,600 ปี

                  หากผิดพลาดขึ้นมาย่อมกระทบกระเทือนถึงความดำรงอยู่ในระยะยาวของพระพุทธศาสนา

                   กรณีที่ฝ่ายบ้านเมืองตั้งข้อหาพระสงฆ์
จากการรับบริจาคว่าเป็นการฟอกเงินและรับของโจรเรื่องแบบนี้ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทยรวมทั้งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาทุกนิกายก็ไม่เคยมีเมื่อเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์


                    สิ่งต่างๆ ที่ฝ่ายบ้านเมืองทำไว้ในวันนี้มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คนรุ่นหลังใช้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อพระสงฆ์ทั้งประเทศทันที

                     จริงอยู่ที่ฝ่ายบ้านเมืองจะใช้อำนาจรัฐ
เร่งรีบลัดขั้นตอนตามใจชอบยังไงก็ได้

                      แต่ฝ่ายพระสงฆ์จะเร่งรีบลัดขั้นตอนโดยไม่คำนึงผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาและสังฆมณฑลโดยภาพรวมไม่ได้

                     เพราะหากมีความผิดพลาดเสียหายขึ้นมา 
ปัญหาระยะยาวไม่ได้เกิดขึ้นกับฝ่ายบ้านเมือง
แต่เกิดขึ้นกับฝ่ายพระพุทธศาสนา
และยังเป็นแบบแผนให้สามารถใช้กฎหมายบ้านเมืองล้มเสาหลักทั้ง 5 ต้น ที่ค้ำจุนเถรวาทให้พังทลายลงมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

                      ลองคิดดูว่า ขนาดตอนนี้ผู้นำประเทศเป็นชาวพุทธ พระพุทธศาสนายังได้รับผลกระทบกระเทือน
จากการตั้งข้อหาโดยไม่เป็นธรรมแบบนี้

                          หากวันหน้าผู้นำประเทศไม่ใช่ชาวพุทธขึ้นมา
พระพุทธศาสนามิแหลกลาญเพราะแนวทางปฏิบัติ
ที่เจ้าหน้าที่กฎหมายฝ่ายบ้านเมืองทำไว้
เป็นบรรทัดฐานในวันนี้หรอกหรือ ?


ขอบคุณ link ข่าว ...http://bit.ly/2IGbJ6x

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...