การ “สรงน้ำพระ” ที่บ้าน
ในประเพณีสงกรานต์
ประเพณีสงกรานต์คือปีใหม่ไทย เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน บางสถานที่ก็จะเรียกว่าเป็นวันครอบครัว
เพราะเป็นวันที่ครอบครัวจะมาเจอกันพร้อมหน้า
พร้อมตา
ไม่ว่าใครจะไปทำงานในถิ่นไหนก็ตาม
แต่เมื่อถึงวันสงกรานต์ก็จะกลับไปหา พ่อ
แม่ ปู่ ย่า ตา
ยาย
โดยมีของฝากติดมือไปไหว้ผู้ใหญ่กัน
นอกจากนี้
ในวันสงกรานต์จะมีการรดน้ำผู้ใหญ่
เพื่อขอพร ให้เป็นสิริมงคล แก่ตนเอง ส่วนใหญ่ก็มีกันทุกครอบครัว ในบางท้องถิ่น
จะมีการสรงน้ำให้พระสงฆ์ด้วย
บางแห่งก็มีการสรงน้ำพระพุทธรูปบ้าง
เพื่อความศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
เมื่อสรงน้ำพระเสร็จแล้ว ก็จะมาเล่นน้ำกัน เป็นวันที่เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนไม่ถือเนื้อถือตัว
ส่วนพระในบ้าน จะมีวิธีสรงน้ำอย่างไร หลายคนมองว่าทำง่ายไม่ยาก วันนี้ มาดูขั้นตอนในการสรงน้ำกันบ้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล และความอยู่เย็นเป็นสุข
ของครอบครัว และบรรพบุรุษ
1.กล่าวขอขมา ก่อนนำพระลงผู้ที่จะทำการเคลื่อนย้ายต้องไหว้กล่าวขอขมา ทุกครั้ง
เพื่อให้ท่านอภัยในสิ่งที่เราทำไปอาจไม่ถูกไม่ควร
หรือเพื่อทำแล้วไม่ให้เกิดโทษนั้นเอง ตามความเชื่อบ้าง
ก่อนเริ่มต้องท่อง นโม 3
จบแล้วค่อยตามด้วยบทสวด ระตะนัตตะเย
ปะมาเท นะ,
ทวาระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ
โน ภันเต,อาจะริเย ปะมาเทนะ, ทวาระตะเยนะ
กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง, ขะมะตุ โน
ภันเต แปลว่า กายกรรม 3
วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 ที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งในพระรัตนตรัย
ด้วยความตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี
ขอพระรัตนตรัยได้โปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด
2.ทำความสะอาดพระพุทธรูป เมื่อสวดขอขมากรรมเสร็จก็ย้ายท่านมายัง โต๊ะที่จะทำการสรงน้ำ
แต่ต้องทำความสะอาดองค์ท่านเสียก่อนโดยการหาผ้าเช็ดหน้าใหม่ หรือฟองน้ำใหม่
มาเช็ดทำความสะอาดองค์พระ ถ้าเป็นกรอบรูปภาพพระให้นำฟองน้ำบิดหมาดๆ
ไปทำความสะอาดแทน
3.จัดเรียงองค์พระและประดับโต๊ะด้วยดอกไม้ เมื่อทำความสะอาดเสร็จให้ นำองค์พระจัดเรียงไว้บนโต๊ะเพื่อเตรียมทำการสรงน้ำ
แต่ก่อนจะทำองค์พระวางที่โต๊ะต้องรองด้วยผ้าขาวบางเสียก่อนเพื่อความสะอาดและประดับตกแต่งโต๊ะด้วยดอกไม้หรือกลีบดอกไม้โรยให้สวยงาม
4.เตรียมน้ำอบ
การทำน้ำสำหรับสรงพระในอดีตจะใช้ น้ำมนต์ (ตามความเชื่อ)
เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งๆขึ้นไป
แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เป็นน้ำสะอาดผสมกับน้ำอบสูตรภูมิปัญญาไทยเพื่อความหอมรัญจวน
และโรยหน้าน้ำด้วยกลีบกุหลาบ ,ดอกมะลิ หรือ ดอกราชาวดี,พิกุล ,กะดังงา,ลำเจียก,จันทร์กะพ้อ,จำปา,กระดังงา,ใบเตยหอม,ใบเนียมหอม
บัว ฯลฯ ตามความสะดวกของแต่ละบุคคล
5.สรงน้ำพระ การสรงน้ำพระพุทธรูป ควรเริ่มต้นด้วยตั้งนโม 3 จบแล้วกล่าวอธิษฐานสรงน้ำว่า
>>> อิมินา สัญจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ
สัพพะโส เอเต วุขี โหนตุ นิรันตะรัง แปลว่า เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล
ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธานเป็นสุขเทอญ หลังจากกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้ว
จึงตักน้ำสรงพระพุทธรูปด้วยความเคารพต่อไป
6. ย้ายพระพุทธรูปกลับสู่โต๊ะหมู่บูชา หลังเสร็จพิธีทุกคนในบ้านรดน้ำครบแล้ว
ก็ได้เวลาย้ายท่านกลับไปที่โต๊ะหมู่บูชาดังเดิม
แต่ก็อย่าลืมทำความสะอาดโต๊ะเดิมก่อน แล้วเปลี่ยนผ้ารองฐานที่โต๊ะใหม่ทุกครั้ง
แล้วจึงน้ำท่านกลับไปวางที่จุดเดิม ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
แต่อย่างไรก็ดีชาวพุทธเองก็ควรไหว้ท่านทุกวันพระเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไปในทุกวันด้วยค่ะ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น