ขุดพบ ‘มนุษย์สายพันธุ์ใหม่’
มีชีวิตเมื่อ 50,000 ปีก่อน
ผลการค้นพบเผยแพร่ผ่านนิตยสารเนเจอร์ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่าทีมนักวิจัยได้ค้นพบซากฟอสซิลของมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 50,000 ปีก่อน ที่ถ้ำคาลเลา บนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ โดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ว่า “โฮโมลูซอนเนซิส”
จากการศึกษานักวิทยาศาสตร์พบว่า โฮโมลูซอนเนซิส ไม่ได้เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบัน แต่เป็นมนุษย์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน และนั่นเป็นหลักฐานอีกชิ้นที่ยืนยันสมมุติฐานว่าวิวัฒนาการของมนุษย์ในปัจจุบันนั้นไม่ได้เป็นเส้นตรงอย่างที่เคยเข้าใจ
การค้นพบครั้งล่าสุดมีขึ้นหลังจากเมื่อปี 2007 มีการขุดค้นพบกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำแห่งเดียวกันนี้ มีอายุย้อนกลับไปราว 67,000 ปี โดยการค้นพบครั้งล่าสุดเป็นการพบกระดูกเพิ่มเติม 5 ชิ้นและฟันอีก 7 ซี่ ซึ่งมีอายุย้อนไปราว 50,000 – 67,000 ปี และจากการวิเคราะห์ตัวอย่างพบว่าส่วนประกอบในฟันนั้นแตกต่างจากมนุษย์โบราณที่เคยค้นพบมาก่อนหน้านี้ จึงพอสรุปได้ว่า กระดูกดังกล่าวเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน
ฟันบนหน้าขวาของโฮโมลูซอนเนซิส ที่ค้นพบในถ้ำคอลเลา บนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ (เอเอฟพี)
รายงานระบุว่า โฮโมลูซอนเนซิส มีส่วนสูงเพียง 4 ฟุต หรือราว 120 เซนติเมตรเท่านั้น มีกระดูกเท้าที่ไม่เหมือนมนุษย์ปุัจจุบัน แต่คล้ายกับมนุษย์สายพันธุ์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในแอฟริกาเมื่อ 2-3 ล้านปีก่อน
โฮโมลูซอนเนซิส มีกระดูกนิ้วและกระดูกนิ้วเท้าที่โค้งงอ เชื่อว่าอาจใช้ในการปีนป่าย ซึ่งคล้ายกับมนุษย์สายพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าโฮโมลูซอนเนซิส มีชีวิตด้วยการเดินสองขามากกว่าการอาศัยอยู่บนต้นไม้
ทั้งนี้ การค้นพบดังกล่าวยังคงส่งผลให้เกิดคำถามที่ต้องศึกษาหาคำตอบกันต่อไปเช่น โฮโมลูซอนเนซิส มาอาศัยอยู่บนเกาะกลางทะเลได้อย่างไร และยังไม่ชัดเจนว่า โฮโมลูซอนเนซิส นั้นสืบทอดสายพันธุ์มาจากแอฟริกาโฮโม สายพันธุ์ใดที่เคยพบก่อนหน้านี้หรือไม่
ขอบคุณ link ข่าว ... https://www.matichon.co.th/foreign/news_1447126




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น