ยูเอ็นเผย บัญชีรอเรียกผู้ลี้ภัยสู่ออสเตรเลีย ยาวที่สุดเป็นประวัติการณ์
.
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เผยว่าในช่วงเวลา 2 ปี จำนวนผู้ลี้ภัยในบัญชีรอเรียกของออสเตรเลียได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
.
ข้อมูลที่สำนักงานฯ เผยแพร่ในวันพุธที่ผ่านมา (19 มิ.ย.) ระบุว่า สถิติ ณ สิ้นปี 2018 มีผู้แสดงความจำนงขอลี้ภัยกว่า 60,000 คนที่ยังคงค้างอยู่กับรัฐบาลออสเตรเลีย ขณะที่สถิติ ณ สิ้นปี 2016 มีอยู่เกือบ 30,000 คนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ามีผู้แสดงความจำนงขอลี้ภัยในออสเตรเลียร้อยละ 1.7 ของผู้แสดงความจำนงทั่วโลก แต่ประเทศแห่งนี้กลับรองรับผู้ลี้ภัยได้เพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น
.
ตัวเลขมหาศาลนี้เป็นผลมาจาก “ผู้ที่มากับเครื่องบิน” (plane people) เดินทางมายังออสเตรเลียด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และแจ้งความจำนงขอลี้ภัยในภายหลัง ซึ่งมีมากถึง 81,000 คนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่คำขอร้อยละ 90 ของคนกลุ่มนี้ก็ถูกปฏิเสธไป
.
ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้วีซ่าชั่วคราว หรือ “บริดจิ้งวีซ่า” (bridging visa) แก่ผู้แสดงความจำนง ซึ่งเป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานในออสเตรเลียได้ โดยข้อมูลจากสำนักงานฯ ระบุว่า ในช่วงปี 2014-2019 จำนวนผู้ถือบริดจิ้งวีซ่า ที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียได้เพิ่มขึ้นจาก 107,000 คน เป็น 230,000 คน
.
คริสตินา เคเนียลลี (Kristina Keneally) โฆษกกิจการภายในของพรรคแรงงานซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแฟร์แฟกซ์มีเดียว่า ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่านี่เป็นรูปแบบของ “การค้าลักลอบขนผู้ย้ายถิ่นฐาน” (people-smuggling trade) ที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไป
.
“รายงานของสำนักงานฯ ยืนยันว่าการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของจำนวนผู้ลี้ภัยในออสเตรเลียเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของปีเทอร์ ดัตทัน (รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน)” เคเนียลลีกล่าวพร้อมระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้น ดัตทันใช้งบไปมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 6.4 พันล้านบาท) ทำให้ความมั่นคงทางพรมแดนของออสเตรเลียอ่อนแอลง
.
ด้านเดวิด โคลแมน (David Coleman) รัฐมนตรีกระทรวงการลี้ภัย กล่าวว่า จำนวนผู้ลี้ภัยที่แสดงความจำนงที่มากขึ้นไม่ได้นำไปสู่จำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก “รัฐบาลได้จำกัดการรับผู้ลี้ภัยให้อยู่ในระดับปัจจุบัน แตกต่างจากพรรคแรงงานที่เสนอให้เพิ่มการรับผู้ลี้ภัยถาวรอีกร้อยละ 71” โคลแมนกล่าว
.
(แฟ้มภาพซินหัว)
https://web.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th
วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2562
วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562
ฮุน เซน เตรียมเยือนไทย ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน
. กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาแถลงเมื่อวันพุธ (19 มิ.ย.) ว่าสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตรียมนำคณะผู้แทนระดับสูงของกัมพูชา เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 22-23 มิ.ย. นี้
.
แถลงการณ์ระบุว่าการประชุมสุดยอดฯ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน" จะมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือและการเสริมสร้างกระบวนการสร้างฉันทามติในหมู่สมาชิก เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก
.
“การประชุมสุดยอดครั้งนี้จะแสวงหาแนวทางนำพาอาเซียนสู่จุดสูงสุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเชื่อมโยงไร้รอยต่อครั้งใหม่ และคาดว่าจะสะท้อนความพยายามของอาเซียนในการสรรสร้างประชาคม ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”
.
ทั้งนี้ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 โดยสมาชิกประกอบด้วยบรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
.
(แฟ้มภาพซินหัว)
เตรียมพบความอลังการ! สนามบิน 'ปักกิ่ง ต้าซิง' สร้างเสร็จสิ้นเดือนนี้
.
ชมภาพการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง (Beijing Daxing International Airport) ซึ่งมีความคืบหน้าตามแผนการและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนมิถุนายน โดยสนามบินแห่งใหม่ของนครหลวงปักกิ่ง มีกำหนดเปิดใช้งานก่อนวันที่ 30 ก.ย. นี้
.
(บันทึกภาพวันที่ 18 มิ.ย. 2019)
.
ชมภาพการก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง (Beijing Daxing International Airport) ซึ่งมีความคืบหน้าตามแผนการและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนมิถุนายน โดยสนามบินแห่งใหม่ของนครหลวงปักกิ่ง มีกำหนดเปิดใช้งานก่อนวันที่ 30 ก.ย. นี้
.
(บันทึกภาพวันที่ 18 มิ.ย. 2019)
ขอบคุณข่าว....https://web.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/?
วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2562
ไข้เลือดออก' ระบาดหนัก!
เด็กอายุ5-14ปี ตายมากสุด
วันนี้ (8 มิ.ย.62) กรมควบคุมโรคเผยแพร่เอกสาร "สถานการณ์โรคไข้เลือดออกประจำสัปดาห์ที่ 21 ปี 2562" ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิ.ย.62 พบว่า อัตราป่วยและเสียชีวิตในสัปดาห์ที่ 21 ของปี 2562 อยู่ที่ 26,430 ราย เสียชีวิต 41 ราย ปี 2561 ป่วย 14,973 ราย ปี 2560 ป่วย 12,670 ราย เสียชีวิต 23 ราย ปี 2559 ป่วย 18,337 ราย เสียชีวิต 16 ราย ปี 2558 ป่วย 21,232 ราย เสียชีวิต 11 ราย ปี 2557 ป่วย 9,698 ราย เสียชีวิต 5 ราย
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าเฉพาะปี 2562 เพียงสัปดาห์เดียวมี มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 2,808 ราย และอัตราการเสียชีวิต เพิ่มขึ้นถึง 11 ราย จาก 30 เป็น 41 ราย
สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี พ.ศ. 2562 (ข้อมูลจากระบบรายงานการเฝ้าระวังโรค 506 สำนักระบาดวิทยา ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2562) มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก สะสมรวม 26,430 ราย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 2,808 ราย อัตราป่วย 40.01 ต่อประชากรแสนคน มีการรายงานจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกมากกว่าปี พ.ศ. 2561 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน 1.8 เท่า ผู้ป่วยเสียชีวิต 41 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.16 การกระจายการเกิดโรคไข้เลือดออกรายภาค พบว่า ภาคใต้มีอัตราป่วยสูงที่สุด เท่ากับ 46.78 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่ ภาคกลาง (44.25) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (42.30) และภาคเหนือ (23.23) ตามลำดับ

ขณะที่ การกระจายการเกิดโรคไข้เลือดออกตามกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ5-14 ปี มีอัตราป่วยสูงสุด คือ 134.84 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 10,893 ราย จำนวนเสียชีวิต 19 ราย รองลงมาอายุ 15-34 ปี มีอัตราป่วยสูงสุด คือ 52.09 ต่อประชากรแสนคน จำนวนผู้ป่วย 9,814 ราย จำนวนเสียชีวิต 11 ราย
สำหรับปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยเสียชีวิต
1. อยู่ในชุมชนที่มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก และค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย (HI, CI) ในบ้านผู้เสียชีวิตมีค่าสูงมากกว่าร้อยละ 10
2. ซื้อยาชุดรับประทานเอง
3. ผู้เสียชีวิตได้รับการรักษาช้า โดยไปรักษาที่คลินิกหลายแห่ง และได้รับยาฉีด NSAIDs และ Steroid
4. มีโรคประจำตัว คือ โรคความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด โรคอ้วน เบาหวาน ไทรอยด์ และโรคหอบหืด

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากรายงานการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกปี 2562 สรุปยอดวันที่ 5 มิ.ย. พบว่าอัตราการป่วยและเสียชีวิตด้วยไข้เลือดออกยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีผู้ป่วย 26,430 ราย คิดเป็นอัตราป่วยต่ออยู่ที่ 40.01 ต่อประชากร 1 แสนคน ในจำนวนนี้พบว่ามีผู้เสียชีวิต 41 ราย คิดเป็นอัตราป่วยเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.16
ทั้งนี้ จากข้อมูลยังพบว่าในสัปดาห์ล่าสุดมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 2,808 ราย และเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 กับปี 2561 พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1.8 เท่า โดยปกติจะเริ่มพบผู้ป่วยไล่ขึ้นมาจากทางภาคใต้ของไทย เพราะมีฝนตกชุก ไล่ขึ้นมาจนถึงภาคกลางและแผ่ออกไปตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงพีคของไข้เลือดออก เพราะมีฝนตกในหลายพื้นที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และป้องกันไม่ให้ยุงกัดด้วย
ขอบคุณ link ข่าว ....https://www.tnnthailand.com/content/9540
วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2562
รัชกาลที่ 1
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเนตรวรนารถนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัยสมุทัยดโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรปรมาธิเบศร โลกเชฎวิสุทธิ์ รัตนมงกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว
(พระชนมายุ 73 พรรษา) รัชกาลที่ 1 : พระราชสมภพ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 – สวรรคต 7 กันยายน พ.ศ. 2352
(รัชกาลที่ 1.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ 2 ระยะการครองราชย์ 27 ปี)รัชกาลที่ 2
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทราธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันตอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศโลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 2 ใช้อักษรย่อว่า “อปร” ย่อมาจาก “มหาอิศรสุนทร ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 57 พรรษา)
รัชกาลที่ 3
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมาธิวรเสรฐ มหาเจษฎาบดินทร์ สยามินทรวิโรดม บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 3 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาเจษฎาบดินทร ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 64 พรรษา)
รัชกาลที่ 4
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎสุทธิ สมมุติเทพยพงศวงศาดิศรกษัตริย์ วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธิเคราะหณี จักรีบรมนาถ อดิศวราชรามวรังกูร สุจริตมูลสุสาธิตอุกฤษฐวิบูลย บุรพาดูลยกฤษฎาภินิหารสุภาธิการรังสฤษดิ ธัญญลักษณ วิจิตรโสภาคสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคคล ประสิทธิสรรพสุภผลอุดม บรมสุขุมาลยมหาบุรุษยรัตน ศึกษาพิพัฒนสรรพโกศล สุวิสุทธิวิมลศุภศีลสมาจารย์ เพ็ชรญาณประภาไพโรจน์ อเนกโกฎิสาธุ คุณวิบุลยสันดาน ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์เอกอัครมหาบุรุษสุตพุทธมหากระวี ตรีปิฎกาทิโกศล วิมลปรีชามหาอุดมบัณฑิต สุนทรวิจิตรปฏิภาณ บริบูรณ์คุณสาร สัสยามาทิโลกยดิลกสาร สัสยามาทิโลกยดิลก มหาปริวารนายกอนันต์ มหันตวรฤทธิเดชอนันต์ มหันตวรฤทธิเดช สรรพพิเศษ สิรินธรมหาชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเศกาภิษิต สรรพทศทิศวิชิตวิไชย สกลมไหศวรินมหาสยามินทร มเหศวรมหินทร มหาราชาวโรดมบรมนารถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อุกฤษฐศักดิอัครนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร ปรเมนทรธรรมมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบรมบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 ใช้อักษรย่อว่า “มปร” ย่อมาจาก “มหามงกุฎ ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 63 พรรษา)
(รัชกาลที่ 4.. เป็นพ่อ รัชกาลที่ 5 ระยะการครองราชย์ 17 ปี)รัชกาลที่ 5
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบามสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬสลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุษรัตนราชรวิวงศ์ วรุฒมพงษ์บรพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ อดิศวรราชรามวรังกูร สุภาธิการรังสฤษฏ์ ธัญลักษณวิจิตโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภ ผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยวิเศษ สรพรรพเทเวศรานุรักษ์ วิสิษฐศักดิ์สมญาพินิตประชานาถเปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรวิเศษสิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิ์วรยศ มโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกกาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหสวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรามหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติ อาชาวศรัย พุทธาธิไตยรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรมินทรธรรมิกหาราชาธิราช บรมนาถบพิตรพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาจุฬาลงกรณ ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 57 พรรษา)
รัชกาลที่ 6
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาวชิรวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานาถมหาสมมตวงศ์ อดิศัยพงศ์วิมลรัตน์วรขัตติราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฏนเรนทร์สูรสันตติวงศ์วิสิฐ สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหาร อดิเรกบุญฤทธิ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพวงค์ มหาชโนตมางตประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมาลย์ทิพยเทพาวตาร ไพศาลเกียรติคุณ อดุลยวิเศษสรรพเทเวศรานุรักษ์ บริมศักดิสมญาเทพวาราวดี ศรีมหาบุรุษสุดสมบัติ เสนางคนิกรรัตนอัศวโกศลประพนธปรีชา มัทวสมาจาร บริบูรณคุณสารสยามาทินค รวรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินธรบรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษฏาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวศรัยพุทธาธิไตรรัตนสรณารักษ์อดุลยศักดิ์ อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 6 ใช้อักษรย่อว่า “วปร” ย่อมาจาก “มหาวชิราวุธ ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 45 พรรษา)
(รัชกาลที่ 6.. เป็นพี่ รัชกาลที่ 7 , เป็นลุง รัชกาลที่ 8 และ 9 ระยะการครองราชย์ 15 ปี)
รัชกาลที่ 7
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก มหันตเดชนดิลกรามาธิบดี เทพยปรียามหาราชรวิวงศ์ อสัมภินพงศพีระกษัตรบุรุษรัตนราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถจุฬาลงกรณราชวรางกูร มหมกุฏวงศวีรสูรชิษฐ ราชธรรมทศพิธ อุต์กฤษฎานิบุณย์อดุลยฤษฎาภินิหาร บูรพาธิการสุสาธิต ธันยลักษณ์วิจิตรเสาวภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคมานทสนธิมตสมันตสมาคม บรมราชสมภาร ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณ อดุลยศักดิเดช สรรพเทเวศปริยานุรักษ์ มงคลลคนเนมาหวัยสุโขทัยธรรมราชา อภิเนาวศิลปศึกษาเดชาวุธ วิชัยยุทธศาสตร์โกศล วิมลนรรยพินิต สุจริตสมาจาร ภัทรภิชญาณประดิภานสุนทรประวรศาสโนปสุดมภก มูลมุขมาตยวรนายกมหาเสนานี สราชนาวีพยูหโยธโพยมจร บรมเชษฏโสทรสมมต เอกราชยยศสธิคมบรมราชสมบัติ นพปฏลเศวตฉัตราดิฉัตร ศรีรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิศิกต์ สรรพทศทิศวิชิตเดโชไชย สกลมไหศวรยมหาสยามินทรมเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาตอาชาวศรัย พุทธาธิไตรรัตนวิศิษฎศักดิ์อัครนเรศวราธิบดี เมตตากรุณาศีตลหฤทัย อโนปไมยบุณยการ สกลไพศาลมหารัษฏราธิบดินทร์ ประมินทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 7 ใช้อักษรย่อว่า “ปปร” ย่อมาจาก “มหาประชาธิปก ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 47 พรรษา)
รัชกาลที่ 8
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระบาทสมเด็จพระปรเมนมหา อานันทมหิดลสกลไพศาลมหารัษฎาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ ทรงได้รับการสถาปนาพระบรมอัฐิ เฉลิมพระนามเป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลอดุลยเดช วิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดมจักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎาภินิการรังสฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์อดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ วิศิษฎศักตอัครนเรศรามาธิบดี พระอัฐมราะบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร
รัชกาลที่ 8 ใช้อักษรย่อว่า “อปร” ย่อมาจาก “มหาอานันทมหิดล ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 20 พรรษา)
(รัชกาลที่ 8.. เป็น พี่รัชกาลที่ 9 ระยะการครองราชย์ 12 ปี 99 วัน)รัชกาลที่ 9
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
รัชกาลที่ 9 ใช้อักษรย่อว่า “ภปร” ย่อมาจาก “มหาภูมิพลอดุลยเดช ปรมราชาธิราช” | (พระชนมายุ 89 พรรษา)
(รัชกาลที่ 9.. เถลิงถวัลย์ ราชสมบัติ จน พระชนมายุ 89 พรรษา , เป็นพ่อ รัชกาลที่ 10 ระยะการครองราชย์ 70 ปี 127 วัน )
รัชกาลที่ 10
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 10 ใช้อักษรย่อว่า “วปร” ย่อมาจาก “มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ – ปัจจุบัน
พระนามก่อนหน้า : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร”
เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นทรงราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
. . . . .
พระนามเต็ม ร.10 เรียกได้ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป
(สนช. กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามกฎมณเฑียรบาล เมื่อเวลาประมาณ 11:00 น. วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2559) และสำนักพระราชวังออกหมายกำหนดการพระราชพิธีปัญญาสมวาร ร.9 (เป็นทางการแล้ว) พร้อมประกาศให้เรียกพระนามใหม่ ร.10 “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ได้ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 2559 นี้ เป็นต้นไป
สสจ.เชียงใหม่เตือนงดกินเห็ดไม่รู้จัก หลังพบตายอีก 1 ราย
สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนภัยเห็ดพิษ ล่าสุดมีผู้ป่วยตายอีก1คน ที่อำเภอจอมทอง และนับเป็นคนที่ 2 ของปีนี้ ย้ำเตือนประชาชน งดกินเห็ดที่ไม่รู้จัก เพื่อเลี่ยงอันตราย
เมื่อวานนี้(6 มิ.ย.62) โรงพยาบาลจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่รายงานว่ามีผู้ป่วยเป็นชาย อายุ 30 ปี ไม่มีสัญชาติ อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษ
จึงอยากเตือนให้ประชาชนและชาวบ้านที่นิยมเก็บเห็ดในป่าช่วงระยะนี้สังเกตลักษณะของเห็ดแต่ละชนิดให้ดี โดยเฉพาะเห็ดพิษซึ่งจะแตกต่างจากเห็ดโดยทั่วไป เห็ดที่เป็นเห็ดพิษนั้นบริเวณที่เรียกว่าหมวกเห็ดจะมีลักษณะผิวขรุขระ คล้ายผิวของคางคก และมักจะมีสีสันฉูดฉาด เมื่อเห็ดเหล่านี้เริ่มแก่จะมีกลิ่นเหม็น รวมทั้งสังเกตวงแหวนที่อยู่ใต้หมวกเห็ด ที่สำคัญคือเห็ดพิษส่วนใหญ่จะเกิดใกล้กับบริเวณที่มีมูลสัตว์ต่างๆ
ดังนั้นถ้าจะรับประทานเห็ด ขอให้เลือกทานเฉพาะเห็ดที่รู้จักดีเท่านั้น และหากมีอาการผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์ พร้อมนำตัวอย่างเห็ดไปด้วย โดยเบื้องต้นควรพยายามทำให้อาเจียนออกมาให้มากที่สุด
จากสถิติช่วงระยะเวลา 5 ปี ย้อนหลัง ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่(สสจ.เชียงใหม่) มีรายงานว่าตั้งแต่ปี 2558 พบว่า มีผู้ป่วยที่เกิดจากการรับประทานเห็นพิษจำนวนทั้งสิ้น 95 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 คน
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่ข้อมูลเห็ดพิษ ว่ามีหลายชนิด ที่สำคัญ เช่น เห็ดระโงก,เห็ดกระโดนตีนตัน,เห็นขี้ควาย เห็ดไข่ เห็ดดอกกระถิน เห็ดไข่หงษ์ เห็ดขี้วัว และเห็นโคนส้ม เป็นต้น ซึ่งเห็ดหลายชนิดมีลักษณะคล้ายกับเห็ดที่กินได้อย่างมาก เช่น เห็นดที่คล้ายเห็ดโคน หรือเห็นไข่หงษ์ ที่คล้ายเห็ดไข่เหลืองซึ่ง หากไม่แน่ใจ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดร่วมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
โคราชรับบริจาค 58 ล้าน ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...





















