ปล่อยปลา
...ควรปล่อยอย่างไรดี ....
จากกรณีกระแสวิจารณ์ "ยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง" ที่ได้เผยคลิป... "เหมาปลาทั้งหมด ในตลาดสด ไปปล่อย คืนชีวิตสัตว์” พร้อมพาไปดูการเดินซื้อปลาดุกทั้งแผงในตลาดสดแห่งหนึ่ง มูลค่าประมาณ 2,040 บาท เพื่อนําปล่อยลงคลอง
กลายเป็นกระแสวิพากษ์ วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ได้เข้ามาตักเตือนว่าไม่เหมาะสม อีกทั้งยังหวั่นว่า การปล่อยปลาดุกยังเป็นการ ทําลายห่วงโซ่อารหาร ซึ่งจะมีผลต่อระบบนิเวศในบริเวณดังกล่าว ขณะที่ชาวเน็ตอีกด้าน ต่างมองว่าสามารถทําได้
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความปรารถนาที่ดี ที่คิดช่วยชีวิตสัตว์ โดยให้ชีวิตเป็นทาน ซึ่งเป็นบุญเป็นกุศล แต่สิ่งที่ควรคำนึงต่อไปนั้น ก็ต้องดูว่า ปล่อยปลาแล้ว ปลาที่ปล่อยปลอดภัยไหม ... น้ำที่ปล่อยเป็นอย่างไร ... และสถานที่ปล่อยเป็นเขตอภัยทานหรือไม่ ควรเลือกสถานที่ให้ปลาปลอดภัยดีกว่า
วันนี้ เอาความรู้จาก "กรมประมง" ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นการเลือกพันธุ์ปลาที่จะปล่อย และสถานที่ในการปล่อย ดังนี้เช่น
ปลาช่อน ปลาดุกอุย ,ปลาหมอไทย ควรปล่อยในลําคลอง หนอง บึง ที่มีน้ำไหลไม่แรงมาก มีกอหญ้าอยู่ริมตลิ่งบ้าง และน้ำควรเป็นน้ำที่สะอาด
ปลาไหล ควรปล่อยลงในแม่น้ํา ห้วยหนอง คลองบึง ท้องนา หรือร่องสวน บริเวณที่มีดินเฉอะแฉะและกระแสน้ําไหลไม่ แรงมาก เนื่องจากปลาไหลชอบขุดรูเพื่ออยู่อาศัย
กบ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ํา ชอบอยู่ในที่ชื้นแฉะ ดังนั้น ไม่ควรปล่อยลงแม่น้ำ ควรหาที่นา หรือคลองที่เป็นธรรมชาติ มีกอหญ้า หรือไม้น้ำจะดีกว่า เพราะกบก็จะใช้เป็นที่อยู่อาศัย และยังเป็นที่อยู่ของแมลงซึ่งเป็นอาหารของกบอีกด้วย
ปลาสวาย ปลาบึก ปลาตะเพียน ควรปล่อยลงในแม่น้ำ คลองที่มีระดับน้ำลึกและกระแสน้ำไหลแรง เพราะปลาเหล่านี้ เมื่อโตเต็มที่ จะเป็นปลาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นจึงต้องใช้พื้นที่กว้างในการดํารงชีวิต
ผู้เขียนขอเป็นกำลังให้ทุกท่านที่มีความตั้งใจดี และปรารถนาดี อยากได้บุญได้กุศล ก็จงทำต่อไป อย่าท้อแท้ การให้ชีวิตสัตว์เป็นทานมีอานิสงส์มาก โดยเฉพาะปลาที่กำลังจะถึงฆาต กำลังจะถูกฆ่าเป็นต้น เป็นการช่วยให้สัตว์รอดตาย แต่ควรเลือกสถานที่ในการปล่อย ควรเป็นสถานที่ที่ไม่มีผลกระทบ และให้ปลาปลอดภัยด้วย เช่น เขตอภัยทาน ตามวัดต่าง ๆ ที่อยู่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง ส่วนใหญ่จะมีเขตอภัยทาน จะทำให้ปลาปลอดภัย และคนปล่อยก็ได้บุญเต็มที่


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น