วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562

น่าทึ่ง "น้ำท่วมญี่ปุ่น" น้ำท่วมขังแต่ใสแจ๋ว


                หลายคนตั้งคำถาม ทำไมน้ำท่วมในญี่ปุ่นถึงได้สะอาดขนาดนี้? ไร้ขยะสักชิ้น เทียบไทย น้ำท่วมปั๊บ ขยะลอยปุ๊บ! กูรูญี่ปุ่นชี้เขาปลูกฝังระบบความคิดลูกหลานกันมารุ่นสู่รุ่น ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อนตัวเอง สร้าง Mindset ความเนี๊ยบมาตั้งแต่เด็ก




               คนญี่ปุ่นจะคิดถึง “ส่วนรวมมากกว่าตัวเอง” เขาปลูกฝังความรับผิดชอบ ความมีระเบียบกันมาตั้งแต่อนุบาล รวมถึงการรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบโดยบรรจุอยู่ในการเรียนการสอน เตรียมการอย่างระมัดระวัง มีสติ รอบคอบ อีกทั้งจิตสำนึกต่อสาธารณะที่ครอบครัวปลูกฝัง สังคมหล่อหลอม และความสามัคคีกัน จิตใจจึงเต็มไปด้วยสามัญสำนึกที่ดี
                อุบลทิพย์ เศรษฐสักโก หรือสาวแซบแห่งเมืองไซตามะ แห่งแฟนเพจ “ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น” ที่ได้คลุกคลีและพำนักอยู่ที่ญี่ปุ่นมาเกือบสิบปี พร้อมเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมในญี่ปุ่นให้คนไทยได้ทราบแบบเรียลไทม์ ช่วยวิเคราะห์หลักการคิดของคนญี่ปุ่นให้ MGR Live ฟังผ่านปลายสายจากแดนอาทิตย์อุทัย

ปอม-บล เจ้าของแฟนเพจครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

ปอม-บล เจ้าของแฟนเพจครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

               สำหรับเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมที่รุนแรงในครั้งนี้ แม้พายุจะลูกโตแต่ความสูญเสียกลับน้อยมาก ชี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตือนภัยกันทุกช่องทางการสื่อสารทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ รวมทั้ง SMS เตือน หรือเสียงตามสายในชุมชนอีกด้วย โดยที่ชาวญี่ปุ่นทุกคนกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการรับมือกับภัยพิบัตินี้ โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่รัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว 
               อีกทั้งทางรัฐบาล และผู้นำประเทศอย่างนายกรัฐมนตรีซินโซะ อาเบะ ยังได้เรียกประชุมฉุกเฉินกับทุกฝ่าย บัญชาการรับมือภัยพิบัติติดตามสถานการณ์แบบไม่ละสายตาด้วยตัวเอง นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ได้ประกาศ "ระดับแม่น้ำ" ทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ทำให้ประชาชนรู้ทุกความเคลื่อนไหวของพายุ และรับมือได้ทันท่วงที


SMS แจ้งเตือนภัยพิบัติของญี่ปุ่น

“ตกใจ แต่ไม่ตื่นตระหนก” ความรู้สึกของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไม่เคยหวาดหวั่น ตั้งรับยิ้มสู้มาตั้งแต่เด็ก ไต้ฝุ่นที่ว่าใหญ่ ก็ยังสู้ “ใจคนญี่ปุ่น” ที่ยิ่งใหญ่กว่าไม่ได้!
                 สำหรับภาพน้ำท่วมในญี่ปุ่นที่ใสเจ๋วที่โลกออนไลน์แชร์กันมากมายนั้น ปอม - ธีรพัฒน์ เศรษฐสักโก แอดมินผู้ร่วมก่อตั้งเพจเฟซบุ๊ก ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น ไขความสงสัยต่อประเด็นนี้ ย้ำคนญี่ปุ่นสร้าง Mindset ความสะอาดกันมาตั้งแต่เด็ก ฝังอยู่ในสายเลือด ใส่ใจเรื่องการจัดการขยะ แยกขยะอย่างเข้มงวด ขยะไม่มีการถูกปล่อยทิ้งไว้ข้ามวัน เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงรถขยะก็ต้องมาเก็บแล้ว เผยคนญี่ปุ่นเอือมชาวต่างชาติที่เพิ่งมาอยู่ในญี่ปุ่นชอบมักง่าย ไม่ทิ้งขยะตามเวลา แถมไม่ยอมแยกขยะ
                  “เพราะคนญี่ปุ่นถูกปลูกฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก เขาจะแยกขยะทุกชิ้น ไม่ว่าจะชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยแค่ไหน อย่างกล่องนมก็จะต้องล้างให้สะอาด ทุบให้แบน และต้องนำไปทิ้งในบริเวณจุดทิ้งขยะที่มีตาข่ายคลุมเพื่อความเรียบร้อยอีกที หรือบางแห่งอาจจะเป็นห้องเก็บขยะเลย มีกุญแจล็อก”
               แถมจุดทิ้งขยะตามอพาร์ทเมนต์บ้านเรือน ที่คนญี่ปุ่นดูแลจะสะอาดมากๆ ไม่มีร่องรอยขยะเหลือ หรือกลิ่นเหม็นหลงเหลืออยู่เลย โดยส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนเวรกันมาดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ

อุโมงค์ยักษ์ คัสสึคาเบะ

อุโมงค์ยักษ์ คัสสึคาเบะ

                 นอกจากนี้ ยังเล่าถึงการจัดการและความสำเร็จในการรับมือน้ำท่วมของระบบอุโมงค์ยักษ์ "คัสสึคาเบะ" ที่รอมานานกว่า 20 ปี ว่า ทุ่มเงินมหาศาลเกือบ 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินขนาดยักษ์ ด้วยเวลากว่า 8 ปี โดยเริ่มสร้างปี 1992 แล้วเสร็จในปี 2000 หรือเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา
                  โดยอุโมงค์กลางยาว 6.3 กิโลเมตร เชื่อมน้ำจากแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่จะไหลลงมาในไซโล โดยแต่ละแท่ง มีความสูงประมาณ 70 เมตร และกว้าง 30 เมตร ดังนั้นจึงสามารถบรรจุ กระสวยอวกาศ หรือ รูปปั้นเทพีเสรีภาพได้อย่างสบายๆ จากนั้น น้ำจะถูกปั้มผ่านอุโมงค์น้ำใต้ดินกว้าง 10 เมตร วิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 16 ยาวไปยังแท็งค์กักเก็บน้ำในเมืองคัสสึคาเบะ ที่มีขนาดกว้าง 78 เมตร ยาว 177 เมตร สูง 18 เมตร หลังจากนั้นน้ำจะถูกปั้มลงแม่น้ำเอโดะ เพื่อปล่อยลงสู่อ่าวโตเกียวต่อไป
                แอดมินเพจครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น ชี้อุโมงค์ยักษ์ผลงานด้านวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม ชิ้นนี้ช่วยป้องกันให้น้ำไม่ท่วมในเขตเศรษฐกิจ เช่น โตเกียว ทำให้เศรษฐกิจมูลค่านับแสนล้านไม่เสียหาย บรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมในญี่ปุ่นได้มาก ชื่นชมเป็นประเทศที่สร้างผังเมืองสร้างระบบระเบียบวางกรอบคิดแผนอย่างดีเพื่อรับมือกับปัญหาและภัยพิบัติ
ญี่ปุ่นปะทะไทย ความสะอาดที่ห่างไกล!

สภาพน้ำท่วมทางเดินในสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งเป็นผลมาจากพายุเอตาว ปี 2558

สภาพน้ำท่วมทางเดินในสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งเป็นผลมาจากพายุเอตาว ปี 2558

                แม้พายุไต้ฝุ่นฮาบีกิสได้เคลื่อนตัวถล่มประเทศญี่ปุ่น ทำให้หลายเมืองตกอยู่ใต้บาดาล ทว่า ภาพที่ถูกแชร์ไปทั่วในโลกออนไลน์ จนต้องต้องว้าวคือ น้ำที่ท่วมยังคงใสแจ๋ว เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนไทยขอทวงคืนทางเท้า โพสต์ภาพ พร้อมอธิบายสาเหตุ ชื่นชมชี้ รัฐบาลญี่ปุ่นมีการวางแผนและเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าเป็นอย่างดี
                  เพราะมีประกาศผ่านสื่อต่างๆ เพื่อขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่พายุจะเคลื่อนผ่านเก็บขยะ และสิ่งปฏิกูลภายในบ้านเรือนของตัวเอง โดยให้ประชาชนทุกคนทำการแยกขยะ และมัดใส่ถุงขยะให้เรียบร้อย และนำขึ้นไว้บนที่สูงเหนือน้ำ



                รวมทั้งสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่น้ำจะท่วมถึงต้องเอาเก็บขึ้นไปบนที่สูงด้วย แม้แต่กระถางต้นไม้หน้าบ้านก็ไม่เว้น พร้อมกับปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะลอยไปกับกระแสน้ำ รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ จะได้อยู่แต่ภายในบ้านเรือนไม่ลอยหายไปไหนอีกด้วย
                   ในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐในเขตเทศบาลต่างๆ ในจังหวัดที่รับอิทธิพลจากพายุ ก็เข้าปฏิบัติหน้าที่ทำการลอกท่อและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ พร้อมกับพร่องออกจากท่อระบายน้ำและลำรางสาธารณะให้หมด เพื่อให้ไม่มีสิ่งอุดตันเมื่อต้องรับน้ำเข้ามาใหม่จากฝนที่พายุไต้ฝุ่นฮาบีกิสหอบมาด้วย และทำให้การไหลของน้ำสะดวกขึ้นนั่นเอง

                 ตัดภาพมาในเมืองไทย เพียงแค่ฝนตกน้ำระบายไม่ทันเมื่อไหร่ก็ตาม ภาพที่ชินตาคือขยะที่ลอยเกลื่อนเต็มน้ำ ภาพขยะกองพะเนินลอยตุ้บป่อง อีกทั้งท่อนไม้ โซฟา ตู้เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ยันเศษโฟมเศษถุงพลาสติก สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง






                  ขยะที่ลอยอุดตันตามท่อ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำเหล่านี้ ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันจนนำไปสู่การเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ หลังจากเกิดฝนตกหนัก
                 "ชาวบ้านบางคนมักเคยชินกับการโยนขยะทิ้งลงคลองเวลากลางคืน บางคนอาจไม่มีที่ทิ้งเลยนำมากองไว้ริมฝั่ง พอฝนตกมันก็ไหลลงหมด คิดดูว่าคลองมีกี่สาย มีความยาวเท่าไหร่ ผ่านกี่ชุมชน ถ้าทุกบ้านทิ้งกันคนละชิ้นมันก็ลอยตามน้ำไหลมารวมกันอยู่หน้าประตูระบายน้ำทั้งหมดแหละ ที่พบเยอะสุดจะเป็นถุงพลาสติก แต่ขยะขนาดใหญ่อย่างฟูกที่นอน ตู้เสื้อผ้า ต้นมะพร้าว โอ่ง พวกนี้ไม่สามารถเข้าเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติได้ ก็ต้องใช้กำลังคนจุดละ 20-40 คนดำลงเก็บขึ้นมาใส่รถนำไปทิ้งที่บ่อขยะ แต่ละวันกว่าจะเก็บหมดใช้เวลานาน 4-5 ชั่วโมง"



                  เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน กทม. แฉพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางลงน้ำ ส่วนใหญ่มาจากชุมชนแออัดที่ตั้งอยู่ริมคลอง
               ไม่เพียงแค่ขยะ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังมีหัวขโมยแบตเตอรีเครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ดีเซล ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ด้วย ทำให้เครื่องสูบทำงานไม่ได้ สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกและการจัดการที่ยังห่างไกลญี่ปุ่นอยู่มากโข 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...