'PM 2.5-ไวรัส'ภัยร้ายแฝงตัวในลมหนาว
ช่วงปลายฝนต้นหนาว
ภัยเงียบอีกหนึ่งอย่างที่ต้องระมัดระวังเรื่องของอากาศที่เปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงนัก
คงต้อระวังเป็นพิเศษ ทั้งฝุ่นละออง PM 2.5
และโรคไข้หวัดใหญ่
รอยต่อช่วงเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวแบบนี้
เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังสุขภาพของลูกน้อยกันให้ดี
เพราะเป็นสภาพอากาศที่เอื้อให้เกิดโรคต่างๆ
ได้ง่าย ยิ่งเด็กเล็กที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรง แถมยังไม่รู้จักวิธีดูแล
ป้องกันโรคให้ตัวเองยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
พญ.อุรารมย์ พันธะผล กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า
"ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้
อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงอาจทำให้ร่างกายของเด็กปรับตัวไม่ทัน จึงเจ็บป่วยได้ง่าย
ยิ่งในเขตเมือง
ที่มีฝุ่นมาก ต้องระวังฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 กันเป็นพิเศษ
เพราะช่วงหน้าหนาวเป็นช่วงที่ความกดอากาศสูง อากาศนิ่งฝุ่นควัน
ไม่สามารถลอยขึ้นสูงได้
จึงอาจเกิดการสะสมในพื้นที่จนเกินค่ามาตรฐาน
ซึ่งฝุ่นจิ๋วนี้เป็นอันตรายกับเด็กเล็กมากยิ่งกว่าผู้ใหญ่
เนื่องจากระบบทางเดินหายใจของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่
เมื่อฝุ่นเข้าไปจะทำให้เยื่อบุต่างๆ
ในทางเดินหายใจอักเสบระคายเคือง เกิดอาการไอ แสบจมูก แสบตา และเป็นไข้
ที่น่ากังวลมากคือ หาก PM 2.5 เข้าถึงสมองเด็กที่กำลังพัฒนา
ฝุ่นขนาดเล็กนี้จะไปทำลายเซลล์สมอง ส่งผลต่อพัฒนาการ
ทางสติปัญญาและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กได้"
·
· ทำอย่างไร..ให้ลูกน้อยปลอดภัยจาก PM 2.5
พ่อแม่-ผู้ปกครองควรติดตามสถานการณ์ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 อยู่เรื่อย ๆ
โดยสามารถตรวจสอบค่าฝุ่นละออง
หรือแอพพลิเคชัน AirVisual หากพบว่ามีปริมาณ PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน
ไม่ควรให้เด็กไปเล่นกลางแจ้ง
ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และควรเปิดเครื่องฟอกอากาศ
หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรให้เด็กใส่หน้ากาก N95 ที่ขนาด
พอดีหน้า ไม่มีช่องให้ฝุ่นรอดเข้าไป
นอกจากนี้ผู้ปกครองต้องคอยหมั่นสังเกตอาการของเด็ก หากมีอาการไอจามผิดปกติ
น้ำมูกไหล แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือหายใจเร็ว ให้รีบไปพบแพทย์
·
'เชื้อไวรัส' อีกหนึ่งตัวร้ายในหน้าหนาว



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น