โซเดียม ภัยเงียบจากของอร่อย
เสี่ยงโรคหัวใจ-ไตเสื่อม
กรมการแพทย์
เตือนกินโซเดียมเกินกว่า 2,400 มิลลิกรัม
หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน มีผลให้ไตและหัวใจทำงานหนัก
เสี่ยงเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และไตเสื่อม
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า
โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม
จะมีโซเดียมประมาณ 400 มิลลิกรัม
โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน
เกลือโซเดียม หรือเกลือแกง
เป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา
ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ
และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า
ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็นต้น
นอกจากนี้ เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นๆ
เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส หากรับประทานอาหารที่เค็มจัดที่มีเกลือโซเดียม
หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง
ซึ่งในระยะยาวมีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น มีโอกาสเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และไตเสื่อม
นายแพทย์เอนก กนกศิลป์
ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า
ในแต่ละวันไม่ควรบริโภคโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย
ซึ่งถ้าได้รับมากทำให้มีการคั่งของสารน้ำในร่างกาย
ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นและความดันในหลอดเลือดฝอยของหน่วยกรองในไตสูงขึ้นทำให้ไตทำงานหนักขึ้นนอกจากนี้ยังทำให้เกิดภาวะบวมน้ำเพิ่มขึ้นด้วย
ดังนั้นการที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่พอเพียงไม่มากไม่น้อยจนเกินไปจะเกิดผลดีต่อการทำงานของควบคุมความดันโลหิตทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนที่จะตามมา
ส่วนวิธีที่จะช่วยลดปริมาณการบริโภคโซเดียมมีหลายวิธี
เช่น หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด และอาหารหมักดอง
ชิมอาหารทุกครั้งก่อนเติมเครื่องปรุง เลือกบริโภคอาหารสด
หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป
และขนมขบเคี้ยวที่มีเครื่องปรุงรสปริมาณมาก ลดความถี่ของการบริโภคอาหารที่ต้องมีเครื่องปรุงน้ำจิ้ม
และลดปริมาณน้ำจิ้มที่บริโภค
ทดลองปรุงอาหารโดยใช้ปริมาณเกลือ น้ำปลา
ตลอดจนเครื่องปรุงรสอื่นๆ เพียงครึ่งหนึ่งที่กำหนดไว้ในสูตรปรุงอาหาร
ถ้ารสชาติไม่อร่อยจริงๆ จึงค่อยเพิ่มปริมาณของเครื่องปรุงรส
ควรปลูกฝังนิสัยให้บุตรหลานรับประทานอาหารรสจืด โดยไม่เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา
ตลอดจนซอสปรุงรสในอาหารเด็กและทารก และควรบริโภคอาหารที่มีปริมาณโปแตสเซียมสูง
เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ จะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้
-------------------------
(ที่มา กรมการแพทย์)
ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.komchadluek.net/news/breaking-news/


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น