วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

กม.จริยธรรม 7 ข้อหลัก 

ข้าราชการต้องประพฤติปฎฺิบัติ


                           เมื่อวันที่ 16 เม.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งมีความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำ และยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา



                  โดย พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒” และประกาศใช้ตั้งแต่บัดนี้ เป็นไป


                   ซึ่ง กฎหมายฉบับนี้มีผล บังคับใช้ กับ เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมถึง หน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ



                 พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องประพฤติปฏิบัติ ตามมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการ ซึ่งประกอบด้วย



                1.ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
                2.ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่
                3.กล้าตัดสินใจ และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
                4.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ
                5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
                6.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ
                7.ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี และรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

                 นอกจากนั้น ยังกำหนดให้มี “คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม” (ก.ม.จ.) ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน ผู้แทนองค์กรกลางบริหารงานบุคคล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการเลขานุการ



                   โดยมีอำนาจหน้าที่ เช่น เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การส่งเสริมจริยธรรมภาครัฐ กำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการนำจริยธรรมไปใช้ในกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ตลอดจนกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรมต่อคณะรัฐมนตรี เป็นต้น


                    ทั้งนี้ สำหรับ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๖ วรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้การจัดทำประมวลจริยธรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีมาตรฐานเดียวกัน สมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานทางจริยธรรมใช้เป็นหลักสำคัญในการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยมีหลักเกณฑ์การจัดทำประมวลจริยธรรม กระบวนการรักษาจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งมาตรการและกลไก  ที่มีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562


ยอดบริจาคบูรณะ ‘นอเทรอดาม’ 
พุ่งทะลุ 25,200 ล้านบาทแล้ว

             มหาเศรษฐีรายแรกที่ประกาศว่าจะบริจาคเงิน 100 ล้านยูโร หรือราว 3,600 ล้านบาทคือนายฟรองซัวร์ อองรี ปิโนลด์ มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส สามีของซัลมา ฮาเยค ดาราฮอลีวู้ดชื่อดัง ซึ่งเป็นเจ้าของเครือเคริ่ง กรุ๊ป ที่มีแบรนด์หรูอย่างกุชชี่ อีฟแซงโรลอง โบเตกา เวเนตา บาลองเซียกา อเล็กซานเดอร์ แม็คควีน และสเตลลา แมคคาร์ทนีย์ เพื่อสนับสนุนการบูรณะซ่อมแซมมหาวิหารนอเทรอดามขึ้นมาใหม่

            หลังจากนั้นไม่นาน นายแบร์นาร์ อาร์โนต์ มหาเศรษฐีฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของเครือสินค้าหรู ‘แอลวีเอชเอ็ม’ ซึ่งรวมถึงแอร์เมส และหลุยส์ วิตตอง ที่ถือเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสินค้าของแบรนด์ในมือที่ถือครองสูงที่สุดในโลก ได้ประกาศบริจาคเงินจากครอบครัวอาร์โนต์และเครือแอลวีเอ็มเอชเพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมมหาวิหารนอเทรอดาม 200 ล้านยูโร หรือราว 7,200 ล้านบาท โดยระบุว่า ครอบครัวอาร์โนต์และเครือแอลวีเอ็มเอชของแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อโศกนาฏกรรมของชาติ และจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับการสร้างมหาวิหารอันแสนพิเศษแห่งนี้ขึ้นใหม่ เพราะนอเทรอดามถือเป็นสัญลักณ์ของฝรั่งเศส ถือเป็นมรดก และเป็นศูนย์รวมแห่งความสามัคคี

              ล่าสุดผู้บริจากรายใหญ่อีกรายหนึ่งคือลอรีอัล บริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส และตระกูลเบตตองกูร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งให้เงินบริจาคสูงถึง 200 ล้านยูโร และบริษัทน้ำมันโททาลของฝรั่งเศส บริจาคอีก 100 ล้านบาท ขณะที่มีผู้บริจาครายอื่นๆ เข้ามาอีกรวม 100 ล้านยูโร


ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.matichon.co.th/foreign/news_1454220



ราชกิจจาฯประกาศ 

‘พ.ร.บ.สุขภาพจิต’ คุ้มครองผู้ป่วย

จากการเผยแพร่สื่อทุกประเภท


                 เมื่อวันที่ 16 เมษายน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ 2)   พ.ศ. 2562  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ

 
                  ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิตพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 28 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้


                  เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการคุ้มครองจากการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ในสื่อทุกประเภทที่อาจนำข้อมูลส่วนบุคคล  ไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าในทางใด ๆ อันจะทำให้เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ  ชื่อเสียง เกียรติคุณ ของผู้ป่วยและครอบครัว และเพื่อให้สามารถนำผู้ที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นผู้ป่วย  ไปรับการบำบัดรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้  ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา
มาตรา 12 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา16/1 และมาตรา 16/2 แห่งพระราชบัญญัติ  สุขภาพจิต พ.ศ. 2551

                    มาตรา 16/1 การเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่ออื่นใด  ต้องไม่ทำให้เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือ
สิทธิประโยชน์อื่นใดของผู้ป่วยและครอบครัว การเผยแพร่ข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

                   มาตรา 16/2 ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าการเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 16/1  ให้อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้เผยแพร่ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) ให้แก้ไขข้อความหรือวิธีการในการเผยแพร่ข้อมูล
(2) ห้ามการใช้ข้อความบางอย่างที่ปรากฏในการเผยแพร่ข้อมูล
(3) ระงับการเผยแพร่ข้อมูลหรือห้ามใช้วิธีการนั้นในการเผยแพร่ข้อมูล
(4) ให้เผยแพร่ข้อมูลเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้อื่นที่อาจเกิดขึ้น
การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด”

เรื่องน่ารู้ : ตีนฮุ้งดอย

                      ตีนฮุ้งดอย หรือ สัตฤาษี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบข้อ 4-9 ใบ ดอก สีเหลืองแกมส้ม ประโยชน์ หัวใต้ดิน รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นยาบำรุงกำลัง รักษาแผลในกระเพาะ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้ปวดหลังปวดเอว... 

                      ตีนฮุ้งดอย หรือ สัตฤาษี ไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน สูงได้ถึง 1 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบข้อ 4-9 ใบ รูแกมขอปรีบขนาน กว้าง 3-5 ซม. ยาว 8-15 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ดอก สีเหลืองแกมส้ม ออกเป็นดอกเดี่ยว ลักษณะเป็นกระจุกที่ปลายยอด มีก้านดอกยืดยาว 5-30 ซม. มีใบประดับ 4-6 ใบ ยาว 5-10 ซม. กลีบดอกเป็นเส้นเล็กสีเขียว ยาว 6-12 ซม. เกสรผู้ 10-22 อัน แตกตามยาว ผลลักษณะเป็นก้อนกลม ผิวเรียบ ขนาด 4-5 ซม. เมล็ดสีแสดแดง

                    การใช้ประโยชน์ หัวใต้ดิน รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นยาบำรุงกำลัง ห้ามเลือด รักษาแผลในกระเพาะ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้ปวดหลังปวดเอว รักษาแผล และอาการฟกช้ำ
  ที่มา ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษ ศาสตร์ กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.


 ... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/agriculture/704212
สาวขอทำดีแม้หมดลมหายใจ 
บริจาคอวัยวะต่อชีวิตผู้อื่น

                     ญาติขอทำตามความตั้งใจครั้งสุดท้าย บริจาคอวัยวะ "สาวสวย" พนักงานโรงแรมชื่อดัง ที่ประสบอุบัติเหตุสมองตายแล้วเสียชีวิต เพื่อส่งมอบอวัยวะช่วยต่อลมหายใจผู้อื่น...


                   เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นพ.สมศักดิ์ นิลพงศ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษศัลกรรมระบบประสาท ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ร่วมกันนำส่งร่าง น.ส.จุฑามาส บุญสะอาด อายุ 32 ปี สาวพนักงานโรงแรมชื่อดังในพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เข้าห้องผ่าตัดเพื่อบริจาคอวัยวะ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้ม สมองได้รับความกระทบกระเทือน ต้องเข้ารับการผ่าตัด กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา.

                  ด้าน นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า น.ส.จุฑามาส เข้ารับการรักษา โดยทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดสมอง พบว่ามีเลือดออกเป็นจำนวนมาก มีภาวะสมองตายและสิ้นใจในที่สุด ทางญาติจึงทำตามความประสงค์ของคนไข้ที่ต้องการบริจาคอวัยวะมอบให้แก่ทางสภากาชาดไทย แพทย์จึงดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ

                   ขณะที่ นายสุรธันย์ ธัญญ์นิธิบุญรักษา อายุ 42 ปี ญาติผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องเคยบอกว่าหากเกิดอะไรขึ้น อยากให้ช่วยบริจาคอวัยวะให้กับผู้อื่น ซึ่งหลังน้องประสบอุบัติเหตุถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าสมองตาย ไม่สามารถรักษาได้ ทางญาติจึงตัดสินใจทำตามความต้องการของน้อง หวังว่าบุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ จะส่งผลให้น้องไปอยู่ในภูมิภพที่ดีต่อไป. 



... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/regional/704256


‘อ.เดชา’ มอบอำนาจ

ยื่นรับรองหมอพื้นบ้าน 

ใช้กัญชารักษาโรค 17 เม.ย. สสจ.สุพรรณบุรี


                               เมื่อวันที่ 16 เมษายน   นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ    ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ในการพัฒนาน้ำมันกัญชา ว่า ในวันที่ 17 เมษายน   เวลา 10.00 น. อาจารย์เดชา ได้มอบอำนาจให้ผู้จัดการมูลนิธิข้าวขวัญ ดำเนินการยื่นเรื่องเป็น “หมอพื้นบ้าน” ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุพรรณบุรี โดยจะใช้ข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 ที่กำหนดคุณสมบัติไว้ เช่น มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ คนในหมู่บ้านชุมชนยอมรับอย่างน้อย 10 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สสจ. ลงชื่อรับรอง เนื่องจากระเบียบใหม่ยังไม่ออกมา และจะดำเนินการยื่นเรื่องนิรโทษกรรมครอบครองกัญชาไปพร้อมกันด้วย


                        นอกจากนี้ อาจารย์เดชา รวมถึงทีมมูลนิธิสุขภาพไทย ประกอบด้วย นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ เลขาธิการมูลนิธิ นางรสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิ ภก.ยงศักดิ์ ตันติปิฎก กรรมกรมูลนิธิ จะเข้าหารือเป็นการภายในกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในช่วงประมาณ 10.00 น. วันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.) ซึ่งอาจจะมีคำแถลงออกมาภายหลังการหารือว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ที่กังวล คือ มีผู้ป่วยจำนวนมากมาที่มูลนิธิข้าวขวัญ ทั้งคนไข้เก่าที่เคยรับยา และคนไข้ใหม่ที่ต้องการความช่วยเหลือ อาจต้องมีวิธีการรองรับหรือช่วยแก้ปัญหานี้ ซึ่งตนได้เสนอว่า เบื้องต้นอาจต้องแจ้งประชาชนก่อนว่า ยาทั้งหลายยังคงถูกยึดเอาไว้ยังไม่ได้รับคืน การแจกจ่ายตามเครือข่ายยังทำไม่ได้”   นายวิฑูรย์ กล่าว

                         นายวิฑูรย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนหลังการหารือร่วมกันระหว่าง 3 มหาวิทยาลัย 5 มูลนิธิ ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น และวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ สถาบันการแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิสุขภาพไทย มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) รวมถึง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เลขาธิการ ป.ป.ส. และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในวันที่ 18 เมษายน 2562 ช่วงเวลา 09.00-12.00 น. ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อหาข้อยุติโดยเร็วว่า การทำงานหลังนิรโทษกรรมจะเป็นอย่างไรต่อไป เช่น ขออนุญาตทำโครงการวิจัย เป็นต้น โดยขอให้ผู้ป่วยที่ไปอาจจะต้องลงชื่อเอาไว้ ทั้งรายละเอียดอาการต่างๆ สถานที่อยู่ที่ติดต่อได้ เพื่อให้หลังหารือกับหน่วยงานต่างๆ แล้วเสร็จ สามารถเดินหน้าดูแลผู้ป่วยต่อไปได้


                        นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ   อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า มีการประสานจากทางอาจารย์เดชาว่าจะมีการปรึกษาหารือ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของแนวทางการรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน อย่างไรก็ตาม แนวทางการใช้น้ำมันกัญชา ยังไม่ได้เป็นแนวทางการแพทย์แผนไทยเท่าไรนัก เพราะเป็นการศึกษาที่รู้ว่ามี THC CBD เท่าไร ซึ่งเป็นแนวทางของแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนการปรุงยาที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมของแพทย์แผนไทยก็มีอยู่ ซึ่งหากหมอพื้นบ้านจะใช้ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไม่มีปัญหาแน่นอน แต่การใช้กัญชาแบบเดี่ยวๆ คงต้องมีการหรือกันให้ชัดเจน

ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1453564

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562



มีผลแล้ว! กม.ทะเบียนราษฎร 
ผู้ถูกศาลออกหมายจับ 
ถูกย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน



ประกาศแล้ว

               พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่3) ม.13 ผู้ถูกศาลออกหมายจับ หากยังจับตัวไม่ได้ ใน 180 วัน ให้ดำเนินการคัดชื่อออกจากทะเบียนบ้าน มาอยู่ทะเบียนกลาง

                เมื่อวันที่ 14 เมษายน ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่๓)พ.ศ. ๒๕๖๒ มีรายละเอียดระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ณวันที่ ๑๒ เมษายนพ.ศ. ๒๕๖๒เป็นปีที่๔ ในรัชกาลปัจจุบันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 

                 บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเหตุผลและความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การทะเบียนราษฎรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ต่อการอํานวยความเป็นธรรมการอํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อย และการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของประชาชนซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัตไวิ ้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่ง
ชาติทําหน้าที่รัฐสภา



                    ทั้งนี้มี มาตราที่น่าสนใจคือ มาตรา ๑๓ ระบุว่า ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ของมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ “ในกรณีที่ศาลออกหมายจับผู้ใดตามคําร้องขอของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจ หรือในกรณีที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจได้รับแจ้งจากศาลให้จับกุมผู้ใดตามหมายจับที่ศาลออกเอง 

                 ถ้ายังมิได้ตัวผู้นั้นมาภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ศาลออกหมายจับ ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจแจ้งให้ผู้อํานวยการทะเบียนกลางทราบ และให้ผู้อํานวยการทะเบียนกลางดําเนินการให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งย้ายผู้นั้นออกจากทะเบียนบ้าน และเพิ่มชื่อและรายการของผู้นั้นไว้ในทะเบียนบ้านกลาง และให้หมายเหตุไว้ในรายการของบุคคลนั้นว่าอยู่ในระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับด้วย การหมายเหตุ ดังกล่าวมิให้ถือว่าเป็นการจัดเก็บข้อมูลตามมาตรา ๑๓ 

               (๒) ผู้ใดมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางตามวรรคสอง ถ้าผู้นั้นประสงค์จะย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง ผู้นั้นต้องมาแสดงตนต่อนายทะเบียนที่จัดทําทะเบียนบ้านกลางนั้นพร้อมทั้งหลักฐานอันแสดงว่าหมายจับนนั้ได้ถูกเพิกถอนหรือได้มีการปฏิ บัติตามหมายจับนั้นเสร็จสิ้นแล้ว

ขอบคุณ link ข่าว...https://www.matichon.co.th/politics/news_1451961

นร. ร.ร.สตรีวัดระฆัง 

สอบโอเน็ตได้คะแนนคณิตศาสตร์สูง



                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คณาจารย์ และนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนสตรีวัดระฆังต่างดีใจ ภายหลังประกาศผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต  ออกมา มีนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆังที่ทำคะแนนคณิตศาสตร์โดดเด่นมากถึง

6  คน โดยเป็นเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  จำนวน   5 คน และระดับมัธยมศึกษาปีที่  3  จำนวน  1 คน มีรายละเอียดดังนี้ 
       นางสาวปณิสรา อนันต์วัฒนาวิทย์ ม. 6/1  คะแนนเต็ม

นางสาวแพรวา  พิณสุวรรณ ม. 6/1   6  ได้ 97.5  คะแนน

นางสาวฐิติมา  รักศรี ม. 6/1  ได้ 95  คะแนน

นางสาวชณิสรา พึ่งเถื่อน ม.  6/5  ได้  95  คะแนน

นางสาวภัทรณัฐ แก้วปัญญา ม. 6/5  ได้  92.5  คะแนน 
และด.ญ.ณัฐชานันท์  ศรีดีเจษฎางค์ ม. 3/2  ได้ 100 คะแนนเต็ม


                  นอกเหนือจากการทำคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้เป็นอย่างดีแล้ว นางสาวปณิสรา อนันต์วัฒนาวิทย์ , นางสาวแพรวา

พิณสุวรรณ  ,  นางสาวฐิติมา  รักศรี  ,  นางสาวชณิสรา พึ่งเถื่อน และ นางสาวภัทรณัฐ แก้วปัญญา  ยังมีผลการเรียนวิชาต่างๆ ดีเลิศ และจากการสอบในระดับอุดมศึกษาในครั้งนี้ ยังทำให้ทั้ง  5  คน มีสิทธิ์เข้าเรียนในคณะและมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ อย่าง คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล   ..คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ..

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ..คณะบัญชี มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                     เมื่อถามถึงเคล็ดลับในการเตรียมตัวสอบวิชาคณิตศาสตร์ให้ได้คะแนนสูงนั้น ทั้งคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า

ต้องเปิดใจ  เพราะวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีกระบวนการคิดที่ตายตัว หากเราสามารถทำความเข้าใจและหมั่นฝึกฝนทำโจทย์ต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งแบบฝึกหัดในห้องเรียน และจากข้อสอบเก่าๆ ที่มีการตีพิมพ์ในหนังสือต่างๆ ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจและคุ้นชินกับโจทย์คณิตศาสตร์ที่หลายๆ คนมองว่ายากจนไม่สามารถแก้โจทย์ได้

                   นางสาวปณิสรา อนันต์วัฒนาวิทย์ ยังเสริมแง่คิดในการให้กำลังใจตัวเองเวลาฝึกทำโจทย์ว่า แม้ตนจะสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้

 คะแนนเต็ม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยท้อ มีหลายครั้งที่ตนไม่สามารถแก้โจทย์คณิตได้ แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนจะบอกตัวเองเสมอว่า ค่อยๆ คิด มีสติ และอย่าท้อถอย เพราะตนเองก็มีตนจะพยายามค้นหาโจทย์ที่ใกล้เคียงและเอามาเทียบเคียงกัน เพื่อให้มองภาพรวมของโจทย์ได้เข้าใจมากขึ้น วิธีการนี้จะช่วยทำให้เราแก้ไขโจทย์ได้ง่ายขึ้น

ขอบคุณ link ข่าว  ...https://www.matichon.co.th/education/news_1450943

วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

เฟซบุ๊กล่มทั้งระบบอีกรอบ

 อินสตาแกรม-

วอทส์แอพพ์เดี้ยงตามทั่วโลก


                         เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 เมษายนเว็บไซต์เดอะ เวิร์จ รายงานว่า เกิดปัญหาขึ้นกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรมและ วอทส์แอพพ์ ทั่วโลก โดยทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ไม่สามารถเข้าถึงได้ ในขณะที่ระบบนิวส์ฟีดไม่รีเฟรช แม้แต่ เว็บโดเมนหลักอย่าง Facebook.com ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ ในขณะที่ผู้ใช้บริการวอทส์แอพพ์ ก็ไม่สามารถส่งหรือรับข้อความใดๆ ได้ จนผู้ใช้จำนวนมากต้องอาศัยทวิตเตอร์ เพื่อแจ้งเหตุและสอบถามปัญหาซึ่งกันและกัน

                        เดอะ เวิร์จ ระบุว่า ปัญหาเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเวลา 06.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกในสหรัฐอเมริกา หรือตรงกับเวลาประมาณ 17.30 น. ตามเวลาในประเทศไทยของวันเดียวกันนี้ และถือเป็นครั้่งที่ 2 แล้วในรอบเดือนที่เกิดปัญหาขึ้นกับเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียลในเครือทั้งหมด หลังจากที่เมื่อเดือนที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรมและวอทส์แอพพ์ ก็ล่มเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ทั้งนี้เฟซบุ๊กเพิ่งออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุการล่มในครั้งนั้นในอีก 24 ชั่วโมงให้หลังว่า เป็นปัญหาจากการปรับตั้งค่าระบบของเซิร์ฟเวอร์ของตน

ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.matichon.co.th/foreign/news_1451541

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2562

รอคอย  ประชาธิปไตยแบ่งบาน


             ประเทศเพื่อนบ้าน  (อินเดีย)  มีการเลือกตั้งที่ใช้ระบบที่เหมาะสมกับยุคสมัย คือ ใช้ระบบดิจิตอล  โดยมีการนับคะแนนแบบตรงไปตรงมา   อยากให้ไทยเอามาใช้บ้าง  จะได้ไม่ต้องใช้หลายหน่วยงานในการตีความกันไป   โยนกันไป โยนกันมา  ตีความแล้ว สุดท้าย จะเป็นอย่างไร    ไม่รู้จะได้ความหรือเปล่า ...????

                   ประเทศอินเดียทำได้   ประเทศไทยก็น่าจะทำได้เช่นกัน   ประชาชนชาวไทยจะรอคอยวันที่ประชาธิปไตยแบ่งบาน ....

                   วันนี้ นำข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน . วันที่ 13 เมษายน  2562  ....‘มีชัย’ส่งคนไปดูงานเลือกตั้งของอินเดีย  ...

มีเนื้อหาข่าวดังนี้

                      ขณะที่การเลือกตั้งของประเทศไทยเมื่อ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีการแจ้งผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ยังต้องรอ กกต.รับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน หรือตรงกับวันที่ 9 พ.ค.นี้  แต่ยังมีปัญหาถึงสูตรการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 


                       กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วสารทิศ ขณะที่กกต.ชี้แจงกันเป็นระลอก จนมีมติของกกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อให้มั่นใจว่าหลังประกาศผลอย่างเป็นทางการออกมาจะไม่ขัดตัวบทของรัฐธรรมนูญ 


                       ช่วงระหว่างนี้ลองมาดูโลกประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างประเทศอินเดียกันบ้าง กำลังมีการจัดการเลือกตั้งกันอยู่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงทั้งประเทศกว่า 900 ล้านคน คำนวณอัตราส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกับ ส.ส. คิดเป็น 1.6 ล้านคนต่อ ส.ส. 1 คน


                       จัดเลือกตั้งทั้งหมด 7 ดีลด้วยกัน ระหว่าง 11 เม.ย.-19 พ.ค.นี้ รวมเข้าคูหากินเวลา 39 วัน โดยหลังปิดหีบเลือกตั้งไปแล้ว 4 วัน หรือตรงกับ 23 พ.ค. กกต.อินเดียจะนับคะแนนกันวันเดียวจบ ประกาศผลใครได้เป็น ส.ส.ทันที


                        ย้อนไปเมื่อปี 2557 เลือกตั้งของอินเดียขณะนั้น มีคนออกมาใช้สิทธิ 541 ล้านคน จากผู้มีสิทธิ 814 ล้านคน มาครั้งนี้ปี 2562 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมหาศาลงอกเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 76 ล้านคน รวมเป็น 900 ล้านกว่า จากประชากรทั้งประเทศ 1.3 พันล้านคน



                        อินเดียกำลังจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องการ ส.ส.ทั้งสิ้น 543 คน จาก 29 รัฐ รวมกับดินแดนสหภาพ และจะถูกประธานาธิบดีเลือกอีก 2 คน ตามรัฐธรรมนูญอินเดีย มีวาระ 5 ปี พรรคเสียงข้างมากที่ต้องการตั้งรัฐบาลต้องใช้อย่างน้อย 272 เสียงขึ้นไป 


                       ช่วงที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เคยส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาการจัดการเลือกตั้งของอินเดียมาแล้ว “มติชนออนไลน์” นำเสนอข่าวเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2559 


                        นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า “การที่นายมีชัยให้คนไปศึกษาว่า กกต.อินเดียคนเดียวทำไมเขาถึงทำได้นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งเขาก็ให้หน่วยงานอื่นไปจัดการให้ เช่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนใหญ่หลายประเทศในโลกมีคนเดียว แต่พอต่างชาติมาดูงานประเทศเราที่มีผู้ตรวจฯถึง 3 คนเขาก็บอกว่ามันเยอะ” 


                         แล้วก็ยังตอบนักข่าวที่ถามตอนนั้นว่า หากให้กกต.ไทยเพียงคนเดียวจัดการเลือกตั้งจะรับแรงกดดันไหวหรือไม่ รองนายกฯ ก็ตอบว่า ไม่ใช่เรื่องแรงกดดัน แต่กกต.ในต่างประเทศไม่มีแรงกดดันอะไร แต่ประเทศไทยกดดันทั้งนั้น ข้อต่อมา กกต.ต่างประเทศมีอำนาจ เพราะจัดวางระเบียบ แล้วให้คนอื่นปฏิบัติ


                           นายวิษณุยังตอบตอนท้ายที่ถามว่า แนวคิดของนายมีชัยที่ให้คนไปศึกษาก็เพื่อให้เห็นการทำงานของ กกต.ของเรา นายวิษณุก็ได้ตอบว่า “ท่านต้องการนำมาดูและเปรียบเทียบ เพราะท่านเคยพูดกับผมว่าคนพูดกันมากว่า กกต.อินเดียมี 1 คนแต่ทำไมเขาทำได้อย่างไร ทั้งนี้เราอาจจะเรียกเขามาศึกษาที่ไทยหรือจะไปดูงานที่อินเดียก็ได้”


                             เมื่อเสริมรายละเอียดกันต่อ รายงานข่าวจากต่างประเทศกล่าวถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้งของกกต.อินเดีย ตั้งแต่เดินเข้าคูหา จะใช้เครื่องอิเลคทรอนิกส์ที่ผลิตขึ้นในประเทศอินเดีย ให้ผู้มีสิทธิโหวตกดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ในเขตของตัวเอง ทั้งสะดวก รวดเร็ว บัตรเสียแทบเป็นศูนย์ อยู่ที่ว่าคนๆนั้นกดพลาดไปเลือกผู้สมัครผิดคนหรือไม่ อีกทั้งมีระบบการตรวจสอบคะแนนโหวต ป้องกันการนับคะแนนโกงได้ชะงักกว่าการกาบัตรกระดาษในอดีต สามารถนับคะแนนเสียงโหวตจำนวนหลายร้อยล้านโหวตได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือจบในวันเดียว 


                       ส่วนอินเดียจะมีปัญหาให้ถกเถียงกันมากมายตามมาเหมือนการเลือกตั้งในเมืองไทยหรือไม่นั้น ไม่ว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยจะใช้งบประมาณถึง 5.8 พันล้าน หรือของอินเดียที่ใช้งบมากกว่าหลายเท่าตัวสูงนับแสนล้าน ย่อมมีแน่นอน


                       แต่พวกเราคนไทยกันเองคงต้องมาถามกันเองก่อนว่า ที่มีการตอกย้ำอยู่เสมอว่า ให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย สุดท้ายแล้วเราทำกันได้ขนาดไหน 


ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.matichon.co.th/politics/news_1449356


ขุดพบ ‘มนุษย์สายพันธุ์ใหม่’ 


มีชีวิตเมื่อ 50,000 ปีก่อน


                       ผลการค้นพบเผยแพร่ผ่านนิตยสารเนเจอร์ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่าทีมนักวิจัยได้ค้นพบซากฟอสซิลของมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 50,000 ปีก่อน ที่ถ้ำคาลเลา บนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ โดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ว่า “โฮโมลูซอนเนซิส”


                     จากการศึกษานักวิทยาศาสตร์พบว่า   โฮโมลูซอนเนซิส ไม่ได้เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ในปัจจุบัน แต่เป็นมนุษย์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน และนั่นเป็นหลักฐานอีกชิ้นที่ยืนยันสมมุติฐานว่าวิวัฒนาการของมนุษย์ในปัจจุบันนั้นไม่ได้เป็นเส้นตรงอย่างที่เคยเข้าใจ


                    การค้นพบครั้งล่าสุดมีขึ้นหลังจากเมื่อปี 2007 มีการขุดค้นพบกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำแห่งเดียวกันนี้ มีอายุย้อนกลับไปราว 67,000 ปี โดยการค้นพบครั้งล่าสุดเป็นการพบกระดูกเพิ่มเติม 5 ชิ้นและฟันอีก 7 ซี่ ซึ่งมีอายุย้อนไปราว 50,000 – 67,000 ปี และจากการวิเคราะห์ตัวอย่างพบว่าส่วนประกอบในฟันนั้นแตกต่างจากมนุษย์โบราณที่เคยค้นพบมาก่อนหน้านี้ จึงพอสรุปได้ว่า กระดูกดังกล่าวเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน
                     ฟันบนหน้าขวาของโฮโมลูซอนเนซิส ที่ค้นพบในถ้ำคอลเลา บนเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ (เอเอฟพี)


                     รายงานระบุว่า   โฮโมลูซอนเนซิส มีส่วนสูงเพียง 4 ฟุต หรือราว 120 เซนติเมตรเท่านั้น มีกระดูกเท้าที่ไม่เหมือนมนุษย์ปุัจจุบัน แต่คล้ายกับมนุษย์สายพันธุ์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในแอฟริกาเมื่อ 2-3 ล้านปีก่อน


                    โฮโมลูซอนเนซิส มีกระดูกนิ้วและกระดูกนิ้วเท้าที่โค้งงอ เชื่อว่าอาจใช้ในการปีนป่าย ซึ่งคล้ายกับมนุษย์สายพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าโฮโมลูซอนเนซิส มีชีวิตด้วยการเดินสองขามากกว่าการอาศัยอยู่บนต้นไม้

                     
                     ทั้งนี้ การค้นพบดังกล่าวยังคงส่งผลให้เกิดคำถามที่ต้องศึกษาหาคำตอบกันต่อไปเช่น   โฮโมลูซอนเนซิส มาอาศัยอยู่บนเกาะกลางทะเลได้อย่างไร และยังไม่ชัดเจนว่า    โฮโมลูซอนเนซิส นั้นสืบทอดสายพันธุ์มาจากแอฟริกาโฮโม สายพันธุ์ใดที่เคยพบก่อนหน้านี้หรือไม่

ขอบคุณ link ข่าว ... https://www.matichon.co.th/foreign/news_1447126


อินเดียเลือกตั้งใหญ่ที่สุดในโลก 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 900 ล้านคน


                      การเลือกตั้งของประเทศอินเดีย ซึ่งนับเป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 11 เมษายน โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จากพรรคภาราติยา จานาทา (บีเจพี) วัย 68 ปีมีโอกาสคว้าเก้าอี้เอาไว้เป็นสมัยที่ 2 โดยมีคู่แข่งสำคัญอย่าง ราหุล คานธี ตัวแทนจากพรรคคองเกรส วัย 48 ปีเป็นคู่แข่ง

                     การเลือกตั้งซึ่งเริ่มขึ้นในวันเดียวกันนี้นับเป็นการเลือกตั้งเฟสแรกจากทั้งหมด 7 เฟส โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 900 ล้านคนจะทยอยเข้าคูหาลงคะแนนเลือกสมาชิก “โลกสภา” หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนทั้งหมด 543 ที่นั่ง โดยพรรคที่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้ 272 ที่นั่งขึ้นไปจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

                     ประชาชนชาวอินเดียจะลงคะแนนผ่านเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกจำนวน 1.1 ล้านเครื่อง ซึ่งจะถูกส่งไปยังคูหาเลือกตั้งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นป่าลึกหรือบนภูเขา โดยการเลือกตั้งทัั้ง 7 เฟสจะมีไปจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ โดยคาดว่าผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะสามารถประกาศได้ในวันที่ 23 พฤษภาคม

                     การเลือกตั้งในเฟสแรกเริ่มต้นขึ้นในเวลา 07.00น. ในรัฐอรุณาจัลประเทศ รัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีชายแดนติดกับประเทศจีน ตามมาด้วยบางส่วนของรัฐอุตตรประเทศ จัมมูและแคชเมียร์ เรื่อยไปถึงรัฐเตลังคานา ตอนใต้ของประเทศ โดยรายงานระบุว่า ในรัฐอัสสัม มีประชาชนต่อแถวก่อนเวลาเปิดหีบราว 45 นาที ในจำนวนนี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกกลุ่มซึ่งมีจำนวนมากถึง 84 ล้านคน นอกจากนี้ มีรายงานว่ามีผู้ต้องสงสัยลัทธิเหมาก่อเหตุจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องใกล้หน่วยเลือกตั้งในรัฐฉัตตีสครห์ในเวลา 04.00 น.

                     ทั้งนี้ นายโมดี ผู้ที่ชนะเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เมื่อปี 2014 ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยนโยบายที่ให้ประโยชน์กับชาวฮินดูมากเกินไปโดยละเลยชาวมุสลิมและศาสนากลุ่มน้อยอื่นๆ นอกจากนี้ ยังถูกโจมตีนโยบายที่ให้ประโยชน์กับธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลยังคงเผชิญกับภาวะยากจน ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอินเดียอยู่ในภาวะชะลอตัว ระดับการว่างงานพุ่งสูงทำสถิติ

                      ขณะที่คู่แข่งอย่างคานธี ที่แม้จะมีคะแนนนิยมตามหลังโมดี แต่ก็เพิ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งใน 3 รัฐสำคัญที่เคยเป็นฐานเสียงของโมดี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเช่นกัน

ขอบคุณ link .... ข่าว  https://www.matichon.co.th/foreign/news_1446867

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2562

เตือนระวังพายุฤดูร้อน 

ถล่มช่วงสงกรานต์ 13-16 เม.ย. นี้


                เตือนรับมือพายุฤดูร้อน   ทุกภาคฝนฟ้าคะนอง   ในช่วงวันที่ 13-16 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
                     สำหรับ เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้
ในช่วงวันที่ 13-14 เมษายน 2562
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาญเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
ในช่วงวันที่ 15-16 เมษายน 2562
ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ขอบคุณ link  ข่าว  ..https://news.mthai.com/general-news/722890.html?
สุขสันต์วันสงกรานต์  

....วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562   .... 

                        สงกรานต์ปีนี้   ขออวยพรให้ท่าน ...มีความสุข ความเจริญ  มีสุขภาพที่ดี, มีกำลังใจที่ดี  ...ทำอะไรที่เป็นบุญกุศลขอให้ประสบความสำเร็จในทุกๆสิ่ง  ....  และ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่าน   พร้อมครอบครัว ประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี และตลอดไปเทอญ....




การ “สรงน้ำพระ” ที่บ้าน
ในประเพณีสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์คือปีใหม่ไทย  เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน  บางสถานที่ก็จะเรียกว่าเป็นวันครอบครัว   เพราะเป็นวันที่ครอบครัวจะมาเจอกันพร้อมหน้า พร้อมตา  ไม่ว่าใครจะไปทำงานในถิ่นไหนก็ตาม  แต่เมื่อถึงวันสงกรานต์ก็จะกลับไปหา พ่อ  แม่  ปู่  ย่า ตา  ยาย  โดยมีของฝากติดมือไปไหว้ผู้ใหญ่กัน 

นอกจากนี้ ในวันสงกรานต์จะมีการรดน้ำผู้ใหญ่  เพื่อขอพร  ให้เป็นสิริมงคล แก่ตนเอง  ส่วนใหญ่ก็มีกันทุกครอบครัว   ในบางท้องถิ่น จะมีการสรงน้ำให้พระสงฆ์ด้วย  บางแห่งก็มีการสรงน้ำพระพุทธรูปบ้าง  เพื่อความศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย      เมื่อสรงน้ำพระเสร็จแล้ว  ก็จะมาเล่นน้ำกัน  เป็นวันที่เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน  ทุกคนไม่ถือเนื้อถือตัว   


ส่วนพระในบ้าน  จะมีวิธีสรงน้ำอย่างไร  หลายคนมองว่าทำง่ายไม่ยาก  วันนี้ มาดูขั้นตอนในการสรงน้ำกันบ้าง   เพื่อความเป็นสิริมงคล และความอยู่เย็นเป็นสุข ของครอบครัว และบรรพบุรุษ

1.กล่าวขอขมา    ก่อนนำพระลงผู้ที่จะทำการเคลื่อนย้ายต้องไหว้กล่าวขอขมา ทุกครั้ง เพื่อให้ท่านอภัยในสิ่งที่เราทำไปอาจไม่ถูกไม่ควร หรือเพื่อทำแล้วไม่ให้เกิดโทษนั้นเอง ตามความเชื่อบ้าง 

ก่อนเริ่มต้องท่อง นโม 3 จบแล้วค่อยตามด้วยบทสวด  ระตะนัตตะเย ปะมาเท นะ, ทวาระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต,อาจะริเย ปะมาเทนะ, ทวาระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง, ขะมะตุ โน ภันเต แปลว่า กายกรรม 3 วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 ที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งในพระรัตนตรัย ด้วยความตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ขอพระรัตนตรัยได้โปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด

2.ทำความสะอาดพระพุทธรูป    เมื่อสวดขอขมากรรมเสร็จก็ย้ายท่านมายัง โต๊ะที่จะทำการสรงน้ำ แต่ต้องทำความสะอาดองค์ท่านเสียก่อนโดยการหาผ้าเช็ดหน้าใหม่ หรือฟองน้ำใหม่ มาเช็ดทำความสะอาดองค์พระ ถ้าเป็นกรอบรูปภาพพระให้นำฟองน้ำบิดหมาดๆ ไปทำความสะอาดแทน

3.จัดเรียงองค์พระและประดับโต๊ะด้วยดอกไม้   เมื่อทำความสะอาดเสร็จให้ นำองค์พระจัดเรียงไว้บนโต๊ะเพื่อเตรียมทำการสรงน้ำ แต่ก่อนจะทำองค์พระวางที่โต๊ะต้องรองด้วยผ้าขาวบางเสียก่อนเพื่อความสะอาดและประดับตกแต่งโต๊ะด้วยดอกไม้หรือกลีบดอกไม้โรยให้สวยงาม

  
4.เตรียมน้ำอบ   การทำน้ำสำหรับสรงพระในอดีตจะใช้ น้ำมนต์ (ตามความเชื่อ) เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งๆขึ้นไป แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เป็นน้ำสะอาดผสมกับน้ำอบสูตรภูมิปัญญาไทยเพื่อความหอมรัญจวน และโรยหน้าน้ำด้วยกลีบกุหลาบ ,ดอกมะลิ หรือ ดอกราชาวดี,พิกุล ,กะดังงา,ลำเจียก,จันทร์กะพ้อ,จำปา,กระดังงา,ใบเตยหอม,ใบเนียมหอม บัว ฯลฯ ตามความสะดวกของแต่ละบุคคล

  
5.สรงน้ำพระ  การสรงน้ำพระพุทธรูป ควรเริ่มต้นด้วยตั้งนโม 3 จบแล้วกล่าวอธิษฐานสรงน้ำว่า >>> อิมินา สัญจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต วุขี โหนตุ นิรันตะรัง แปลว่า เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธานเป็นสุขเทอญ หลังจากกล่าวคำอธิษฐานเสร็จแล้ว จึงตักน้ำสรงพระพุทธรูปด้วยความเคารพต่อไป
  
                 6. ย้ายพระพุทธรูปกลับสู่โต๊ะหมู่บูชา   หลังเสร็จพิธีทุกคนในบ้านรดน้ำครบแล้ว ก็ได้เวลาย้ายท่านกลับไปที่โต๊ะหมู่บูชาดังเดิม แต่ก็อย่าลืมทำความสะอาดโต๊ะเดิมก่อน แล้วเปลี่ยนผ้ารองฐานที่โต๊ะใหม่ทุกครั้ง แล้วจึงน้ำท่านกลับไปวางที่จุดเดิม ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี แต่อย่างไรก็ดีชาวพุทธเองก็ควรไหว้ท่านทุกวันพระเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไปในทุกวันด้วยค่ะ






วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562

นักประดำน้ำช่วยทีมหมูป่า 
ร่วมสำรวจถ้ำใหญ่ที่สุดในโลก

                    สามนักประดาน้ำที่เคยร่วมในทีมช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี่เมื่อปีที่แล้ว ได้ค้นพบครั้งใหม่ในการสำรวจถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศเวียดนาม ...

                    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานกรุงฮานอยประเทศเวียดนามเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ว่า นักประดาน้ำ3 คนประกอบด้วยนายริค สแตนตัน, นายเจสัน มอลลินสัน และนายคริส จีเวลล์ ซึ่งเคยร่วมอยู่ในทีมประดาน้ำในภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่า อะคาเดมี่ 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงรายเมื่อปีที่แล้วนั้น ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสำรวจถ้ำเซินด่อง ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกทางตอนกลางของเวียดนาม 

                    โดยจุดที่ลงไปสำรวจนั้นเป็นจุดที่มีน้ำท่วมขังอยู่ในถ้ำ ซึ่งยังไม่มีใครเคยลงไปสำรวจมาก่อน เพราะเชื่อว่ายังสามารถเชื่อมต่อไปถึงปากปล่องของถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงได้ แต่นักประดาน้ำ 3 คนบอกว่า เมื่อดำลงไปลึก 77 เมตรก็ต้องถอนตัวกลับขึ้นมาเพราะออกซิเจนหมด แต่คิดว่าจุดนั้นอาจลึกถึง 120 เมตร



                         หากถ้ำเซินด่องเชื่อมต่อไปยังอีกถ้ำหนึ่งได้ ก็จะทำให้ถ้ำเซินด่องเป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสามารถเข้าไปในถ้ำได้โดยง่ายและจะไม่มีใครมาไล่ตามทันได้ ทั้งนี้จากความเห็นของนายโฮวาร์ด ลิมเบิร์ต ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นดำเนินการเรื่องการสำรวจถ้ำครั้งนี้

                        ถ้ำเซินด่องตั้งอยู่ในจังหวัดกว๋างบิ่ญทางตอนกลางของเวียดนามถูกพบครั้งแรกโดยคนหาของป่าท้องถิ่นเมื่อปี 2534 แต่ก็ไม่เคยถูกสำรวจเมื่อเวลาผ่านไป 19 ปี เพราะทางเข้าถูกปกคลุมด้วยต้นไม้หนาทึบ

เครดิตภาพAFP                    
                                            


 อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/foreign/703247

‘สมเด็จพระสังฆราชกัมพูชา’ 

ทรงเปลี่ยนผ้าไตร ‘หลวงปู่สรวง’ 

ละสังขารไป 19 ปี แต่สรีระไม่เน่าเปื่อย



                                         เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่วัดไพรพัฒนา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี เทพวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมด้วย คณะสงฆ์ของกัมพูชา ได้เดินทางมาเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเปลี่ยนผ้าไตรสรีระสังขารหลวงปู่สรวง ซึ่งได้ละสังขารนานกว่า 19 ปีแล้ว แต่ว่าสรีระสังขารไม่เน่าเปื่อย โดยนำผ้าไตรได้รับพระราชทานจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ซึ่งพระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พร้อมด้วย พระอาจารย์เทียนชัย ชัยทีโป วัดเทพสรธรรมาราม (บาย ตึ๊ก เจีย) นำคณะสงฆ์ถวายการต้อนรับ โดยมี พล.ต.อ.วีระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมี นางชไมมาศ ชาติเมธากุล รวมทั้ง จา พนม ดารานักบู๊ชื่อดัง ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.ศรีสะเกษ นำพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาจำนวนมากมาร่วมในพิธีครั้งนี้


                                         การประกอบพิธีที่สำคัญนี้ เริ่มตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมด้วย พระครูโกศลสิกขกิจ และ พล.ต.อ.วีระชัย ทรงเมตตา จุดเทียนชัยบวงสรวงไหว้ครูบูชาคุณหลวงปู่สรวง ทรงประกอบพิธีไถ่ชีวิตโคกระบือ ทรงมอบทุนการศึกษาและรถจักรยาน ให้แก่เด็กนักเรียนไทยและนักเรียนกัมพูชา จำนวน 20 ทุน จากนั้น คณะสงฆ์ไทย – กัมพูชา และ พล.ต.อ.วีระชัย ได้นำพุทธศาสนิกชน 2 แผ่นดิน ร่วมกันแห่ผ้าไตรพระราชทานซึ่งบรรดาลูกศิษย์หลวงปู่สรวงได้พากันชูว่าวขนาดเล็กจำนวนมากแห่รอบศาลาทม จำนวน 3 รอบ เมื่อแห่ครบ 3 รอบ ได้นำผ้าไตรขึ้นไปที่มณฑปหลวงปู่สรวง ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ทรงประกอบพิธีเปลี่ยนผ้าไตรสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง และได้เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายหลวงปู่สรวง พระสงฆ์ 65 รูป สวดมติกา ทรงถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา จากนั้น ได้ทรงเสด็จกลับราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งปรากฏว่าหลังจากที่ได้ทรงประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลแล้ว ได้มีฝนตกลงมาประมาณ 5 นาที สร้างความอัศจรรย์ใจแก่พุทธศาสนิกชนทุกคนที่มาร่วมพิธีเป็นอย่างมาก และพากันเชื่อว่า หลวงปู่สรวงมาประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับลูกศิษย์ทุกคนที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้ ให้มีความโชคดีมีชัยกันทุกคน


                                    สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี เทพวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา กล่าวว่า การจัดพิธีครั้งนี้จัดได้เรียบร้อยดีมาก เป็นการแสดงถึงความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนที่ได้พากันแสดงออกถึงความเคารพรักหลวงปู่สรวงซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความดีงามนี้ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และขออำนวยพรให้คณะกรรมการจัดงานและพุทธศาสนิกชนทุกท่านที่มาร่วมพิธีที่ยิ่งใหญ่นี้ จงประสบแต่ความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งใดจงสมดังปรารถนาทุกประการ


                                     พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒ วายาโม เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ (ธ.) ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา กล่าวว่า วัดไพรพัฒนาได้จัดพิธีสืบสานพระพุทธศาสนาบูชามหาปูชนียาจารย์สรงน้ำเปลี่ยนผ้าไตร“หลวงปู่สรวง” ปีนี้เป็นปีที่ 19 แล้ว ที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยทุกปีจะมีลูกศิษย์ของหลวงปู่สรวงและชาวพุทธจากทั่วประเทศพากันมาร่วมพิธีหลายหมื่นคน โดยจะพากันมากราบไหว้ขอพรจากหลวงปู่สรวงและมักจะได้รับโชคลาภตามที่ขอพรไว้ทุกประการ ทำให้ผู้ที่ได้รับโชคลาภพากันนำเอาว่าวและรูปปั้นไก่ที่หลวงปู่สรวงชอบมาถวายหลวงปู่สรวงกันเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณ link ข่าว ...https://www.matichon.co.th/region/news_1441900

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...