เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้
ตอนที่ 1
ตอนที่ 1
ช่วงนี้ภัยพิบัติ ทำไมเกิดขึ้นกับโลกเราเยอะเหลือเกิน แทบทั่วโลก มันบ่งบอกถึงอะไรกันนะ ญี่ปุ่นจะโดนหนักหน่อย ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก หากจะพูดตามหลักพระพุทธศาสนา ภัยพิบัติเหล่านี้จะเกิดขึ้นด้วยแรงกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นแรง โลภะ โทสะ และโมหะ ก็จะส่งผลทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ และพายุ ซึ่งช่วงนี้ อเมริกาโดนพายุเฮอริเคน ด้วย ทอร์นาโดด้วย และยังจะก่อตัวเพิ่มขึ้นอีก เป็น 10 ลูกเลยนะ ...น้องกิ๊กก๊อก มานั่งคิดดู ลองไล่เรียงดูคร่าว ๆ ดังนี้
ที่ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 7 ก.ค. 2561 เกิดเหตุ “น้ำท่วมจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พายุฝนฟ้าคะนองในจังหวัดฟุกุโอกะ จังหวัดซางะ และจังหวัดนางาซากิ” โดยทางการญี่ปุ่นสั่งอพยพประชาชนประมาณ
2 ล้านคน ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับน้ำท่วมไหลหลากและระดับน้ำที่สูงขึ้นจนประชาชนในบางพื้นที่ต้องอาศัยบนหลังคาบ้านเป็นที่พักพิงระหว่างรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
กลางเดือน กรกฎาคม ญี่ปุ่นเกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อนปกคลุมทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส
และสูงสุดอยู่ที่ 41.1 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ถึงขนาดมีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดอย่างน้อย 77 รายและ อีกกว่า 22,000 คน
ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจากอาการลมแดด โดยเกือบครึ่งเป็นผู้สูงอายุ ญี่ปุ่นประกาศภัยพิบัติจากความร้อนนี้
29 ก.ค. 2561 เกิดเหตุไฟป่า ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด
ประกอบกับกระแสลมแรง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พายุทอร์นาโดไฟ” ขึ้น
ซึ่งมีลักษณะเป็นเปลวไฟก่อตัวสูงขึ้นในอากาศ บิดม้วนเป็นเกลียวคล้ายพายุงวงช้าง ไฟป่านี้ทำให้พื้นที่ป่าถูกทำลาย 2 ล้าน ไร่ ไฟป่าลุกลามไปถึงเมืองตากอากาศของกรีซ คนตาย 70 คน
แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย ล่าสุดเมื่อวันที่
29 ก.ค. 2561 กับเหตุแผ่นดินไหวขนาด
6.4 บนเกาะลอมบอก ทางภาคกลางตอนล่างของอินโดนีเซีย
ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หลังจากนั้น
เกิดแผ่นดินไหวตามหรืออาฟเตอร์ช็อกแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ครั้ง สำหรับยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 16 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 160 คน อาคารบ้านเรือนพังเสียหายหลายพันหลัง
ซึ่งผลจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ และมีเหตุการณ์อื่น ๆ อีกหลายที่ ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีพายุโซนร้อนเซินติญ พายุมังคุด (กำลังถล่มเอเซีย) และเฮอร์ริเคน ทอร์นาโด (กำลังถล่มอเมริกา) และ กำลังก่อตัวอีกเป็น 10 ลูก ถ้าเรามาศึกษาเรื่องพายุ เราคงไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ น้องกิ๊กก๊อกว่า เราควรมาศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาดีกว่า เพราะเรื่องเหล่านี้น่าจะเกี่ยวกับบุญ บาป และผลของวิบากกรรม ซึ่งสาเหตุมาจากสภาพจิตใจของมนุษย์ชาติ น้องกิ๊กก๊อกไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวร้ายกับประเทศดังกล่าว แค่ต้องการยก case ของภัยธรรมชาติมาให้ดูกันเท่านี้เจ้าค่ะ
เรามาดูวิวัฒนาการของการเกิดและการเสื่อมของโลกกัน โลกมีวิวัฒนาการ 4 ช่วงเวลาด้วยกันคือ
1.เป็นช่วงที่กำลังเจริญ พัฒนามาจากความเสื่อม จนเจริญขึ้นเรื่อย ๆ
2.เป็นช่วงที่เจริญถึงขีดสุด แล้วเริ่มคงตัวอยู่ไประยะหนึ่ง
3.เป็นช่วงเริ่มเสื่อมลงจากเดิม โดยมีสาเหตุการเสื่อม 3 อย่าง คือ เสื่อมเพราะไฟ เสื่อมเพราะน้ำ เสื่อมเพราะลม
4.เป็นการเสื่อมสลายถึงที่สุด และอยู่ในสภาพที่รอเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เราอยู่ในช่วงไหน น้องกิ๊กก๊อก ฟันธงไม่ได้... แต่ที่อ่านในพระไตรปิฎก วิวัฒนาการของโลกนั้นจะถูกทำลายไปด้วยความร้อน คือไฟ ...น้ำ ...และลม ลักษณะความร้อนที่ทำลายโลกนี้ได้ ไม่ใช่แค่ไฟธรรมดา แต่เป็นไฟ หรือความร้อนระดับดวงอาทิตย์หลาย ๆ ดวง ในพระไตรปิฎก จะบอกว่ามีถึงพระอาทิตย์ 7 ดวงด้วยกัน จะเป็นความร้อนมหาศาล จะทำลายสิ่งมีชีวิตในโลกนี้หมดไปในทันที ตอนนี้มีพระอาทิตย์ดวงเดียวก่อน กว่าจะเพิ่มเป็น 2 ดวง 3 ดวง ฯลฯ จนถึง 7 ดวง น้องกิ๊กก๊อกคาดว่า..คงอีกยาวนาน กว่าโลกจะร้อนขนาดนั้น
แต่ในปัจจุบันบางครั้งเรายังมีความรู้สึกว่าโลกของเรานั้น มีความร้อนผิดปกติ เพราะมีหลายสาเหตุประกอบกันที่ทำให้โลกเกิดความร้อน ที่ไม่ใช่เกิดจากกฎของธรรมชาติ แต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การเผ่าไหม้รถยนต์ ทำลายธรรมชาติ เป็นต้น
โลกของเราเริ่มร้อนขึ้นทุกวัน ๆ ความร้อนที่เกิดขึ้นเพราะราคะ ร้อนเพราะโทสะ ร้อนเพราะโมหะ ภายในจิตใจของมนุษย์นั้นต่างหากคือรากเหง้าแห่งวันสิ้นโลกโดยแท้..ตราบใดที่ยังมีไฟคือความร้อนเหล่านี้อยู่ ตราบน้้นวันสิ้นโลกย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อโลกพินาศ แตกดับไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมืดมน สิ่งมีชีวิตจะเริ่มมาจากชั้นอาภัสสรพรหม ซึ่งก่อนที่โลกจะแตกดับ พวกเขาเคยเป็นมนุษย์ ได้สร้างบุญกุศล รักษาศีล และเจริญภาวนา เมื่อตายไปอยู่ในชั้นอาภัสสรพรหม มีสภาพเป็นกายทิพย์ มีฤทธิ์ทางใจ มีปีติเป็นอาหาร รัศมีแผ่ซ่านออกจากกาย ไม่มีเพศหญิง มีเพศเดียว ไม่มีราคะ ต่อเมื่อไปกินง้วนดิน จึงเริ่มที่จะมีกิเลส มีความโลภ และทำให้มีเพศขึ้นมาใหม่
นอกจากนี้ยังมีพายุโซนร้อนเซินติญ พายุมังคุด (กำลังถล่มเอเซีย) และเฮอร์ริเคน ทอร์นาโด (กำลังถล่มอเมริกา) และ กำลังก่อตัวอีกเป็น 10 ลูก ถ้าเรามาศึกษาเรื่องพายุ เราคงไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ น้องกิ๊กก๊อกว่า เราควรมาศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาดีกว่า เพราะเรื่องเหล่านี้น่าจะเกี่ยวกับบุญ บาป และผลของวิบากกรรม ซึ่งสาเหตุมาจากสภาพจิตใจของมนุษย์ชาติ น้องกิ๊กก๊อกไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวร้ายกับประเทศดังกล่าว แค่ต้องการยก case ของภัยธรรมชาติมาให้ดูกันเท่านี้เจ้าค่ะ
เรามาดูวิวัฒนาการของการเกิดและการเสื่อมของโลกกัน โลกมีวิวัฒนาการ 4 ช่วงเวลาด้วยกันคือ
1.เป็นช่วงที่กำลังเจริญ พัฒนามาจากความเสื่อม จนเจริญขึ้นเรื่อย ๆ
2.เป็นช่วงที่เจริญถึงขีดสุด แล้วเริ่มคงตัวอยู่ไประยะหนึ่ง
3.เป็นช่วงเริ่มเสื่อมลงจากเดิม โดยมีสาเหตุการเสื่อม 3 อย่าง คือ เสื่อมเพราะไฟ เสื่อมเพราะน้ำ เสื่อมเพราะลม
4.เป็นการเสื่อมสลายถึงที่สุด และอยู่ในสภาพที่รอเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เราอยู่ในช่วงไหน น้องกิ๊กก๊อก ฟันธงไม่ได้... แต่ที่อ่านในพระไตรปิฎก วิวัฒนาการของโลกนั้นจะถูกทำลายไปด้วยความร้อน คือไฟ ...น้ำ ...และลม ลักษณะความร้อนที่ทำลายโลกนี้ได้ ไม่ใช่แค่ไฟธรรมดา แต่เป็นไฟ หรือความร้อนระดับดวงอาทิตย์หลาย ๆ ดวง ในพระไตรปิฎก จะบอกว่ามีถึงพระอาทิตย์ 7 ดวงด้วยกัน จะเป็นความร้อนมหาศาล จะทำลายสิ่งมีชีวิตในโลกนี้หมดไปในทันที ตอนนี้มีพระอาทิตย์ดวงเดียวก่อน กว่าจะเพิ่มเป็น 2 ดวง 3 ดวง ฯลฯ จนถึง 7 ดวง น้องกิ๊กก๊อกคาดว่า..คงอีกยาวนาน กว่าโลกจะร้อนขนาดนั้น
แต่ในปัจจุบันบางครั้งเรายังมีความรู้สึกว่าโลกของเรานั้น มีความร้อนผิดปกติ เพราะมีหลายสาเหตุประกอบกันที่ทำให้โลกเกิดความร้อน ที่ไม่ใช่เกิดจากกฎของธรรมชาติ แต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การเผ่าไหม้รถยนต์ ทำลายธรรมชาติ เป็นต้น
โลกของเราเริ่มร้อนขึ้นทุกวัน ๆ ความร้อนที่เกิดขึ้นเพราะราคะ ร้อนเพราะโทสะ ร้อนเพราะโมหะ ภายในจิตใจของมนุษย์นั้นต่างหากคือรากเหง้าแห่งวันสิ้นโลกโดยแท้..ตราบใดที่ยังมีไฟคือความร้อนเหล่านี้อยู่ ตราบน้้นวันสิ้นโลกย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
(โปรดติดตาม....ตอนที่ 2 น้องกิ๊กก๊อกจะนำเรื่องไฟบรรลัยกัลป์มาฝากทุกท่าน ๆ เน้อ )







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น