วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2561




เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้  

ตอนที่ 1

            
                 ช่วงนี้ภัยพิบัติ ทำไมเกิดขึ้นกับโลกเราเยอะเหลือเกิน แทบทั่วโลก    มันบ่งบอกถึงอะไรกันนะ  ญี่ปุ่นจะโดนหนักหน่อย  ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก หากจะพูดตามหลักพระพุทธศาสนา ภัยพิบัติเหล่านี้จะเกิดขึ้นด้วยแรงกรรมของมนุษย์   ไม่ว่าจะเป็นแรง โลภะ  โทสะ  และโมหะ  ก็จะส่งผลทั้งน้ำท่วม  ไฟไหม้  และพายุ ซึ่งช่วงนี้ อเมริกาโดนพายุเฮอริเคน ด้วย ทอร์นาโดด้วย และยังจะก่อตัวเพิ่มขึ้นอีก เป็น 10 ลูกเลยนะ    ...น้องกิ๊กก๊อก มานั่งคิดดู  ลองไล่เรียงดูคร่าว ๆ ดังนี้  

               ที่ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 7 ก.ค. 2561  เกิดเหตุ น้ำท่วมจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พายุฝนฟ้าคะนองในจังหวัดฟุกุโอกะ จังหวัดซางะ และจังหวัดนางาซากิ” โดยทางการญี่ปุ่นสั่งอพยพประชาชนประมาณ 2 ล้านคน ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับน้ำท่วมไหลหลากและระดับน้ำที่สูงขึ้นจนประชาชนในบางพื้นที่ต้องอาศัยบนหลังคาบ้านเป็นที่พักพิงระหว่างรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

                       
                       
      


                 กลางเดือน กรกฎาคม  ญี่ปุ่นเกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อนปกคลุมทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส และสูงสุดอยู่ที่ 41.1 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ถึงขนาดมีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดอย่างน้อย 77 รายและ อีกกว่า 22,000 คน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจากอาการลมแดด โดยเกือบครึ่งเป็นผู้สูงอายุ  ญี่ปุ่นประกาศภัยพิบัติจากความร้อนนี้ 

                   29 ก.ค. 2561 เกิดเหตุไฟป่า ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา  ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด ประกอบกับกระแสลมแรง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “พายุทอร์นาโดไฟ” ขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นเปลวไฟก่อตัวสูงขึ้นในอากาศ บิดม้วนเป็นเกลียวคล้ายพายุงวงช้าง  ไฟป่านี้ทำให้พื้นที่ป่าถูกทำลาย 2  ล้าน ไร่  ไฟป่าลุกลามไปถึงเมืองตากอากาศของกรีซ  คนตาย 70 คน


                     แผ่นดินไหวอินโดนีเซีย  ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2561 กับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 บนเกาะลอมบอก ทางภาคกลางตอนล่างของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม หลังจากนั้น เกิดแผ่นดินไหวตามหรืออาฟเตอร์ช็อกแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ครั้ง สำหรับยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 16 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 160 คน อาคารบ้านเรือนพังเสียหายหลายพันหลัง ซึ่งผลจากแผ่นดินไหวครั้งนี้  และมีเหตุการณ์อื่น ๆ อีกหลายที่  ฯลฯ 

                     นอกจากนี้ยังมีพายุโซนร้อนเซินติญ   พายุมังคุด (กำลังถล่มเอเซีย) และเฮอร์ริเคน ทอร์นาโด  (กำลังถล่มอเมริกา) และ กำลังก่อตัวอีกเป็น 10 ลูก   ถ้าเรามาศึกษาเรื่องพายุ  เราคงไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่  น้องกิ๊กก๊อกว่า   เราควรมาศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาดีกว่า   เพราะเรื่องเหล่านี้น่าจะเกี่ยวกับบุญ บาป และผลของวิบากกรรม ซึ่งสาเหตุมาจากสภาพจิตใจของมนุษย์ชาติ  น้องกิ๊กก๊อกไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวร้ายกับประเทศดังกล่าว  แค่ต้องการยก case  ของภัยธรรมชาติมาให้ดูกันเท่านี้เจ้าค่ะ 
                     
                     เรามาดูวิวัฒนาการของการเกิดและการเสื่อมของโลกกัน   โลกมีวิวัฒนาการ 4 ช่วงเวลาด้วยกันคือ 
                     1.เป็นช่วงที่กำลังเจริญ  พัฒนามาจากความเสื่อม จนเจริญขึ้นเรื่อย ๆ 
                     2.เป็นช่วงที่เจริญถึงขีดสุด  แล้วเริ่มคงตัวอยู่ไประยะหนึ่ง
                    3.เป็นช่วงเริ่มเสื่อมลงจากเดิม โดยมีสาเหตุการเสื่อม 3 อย่าง คือ  เสื่อมเพราะไฟ  เสื่อมเพราะน้ำ  เสื่อมเพราะลม 
                   4.เป็นการเสื่อมสลายถึงที่สุด  และอยู่ในสภาพที่รอเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง 
                    เราอยู่ในช่วงไหน  น้องกิ๊กก๊อก ฟันธงไม่ได้... แต่ที่อ่านในพระไตรปิฎก   วิวัฒนาการของโลกนั้นจะถูกทำลายไปด้วยความร้อน คือไฟ  ...น้ำ  ...และลม  ลักษณะความร้อนที่ทำลายโลกนี้ได้ ไม่ใช่แค่ไฟธรรมดา  แต่เป็นไฟ หรือความร้อนระดับดวงอาทิตย์หลาย ๆ ดวง  ในพระไตรปิฎก จะบอกว่ามีถึงพระอาทิตย์ 7 ดวงด้วยกัน จะเป็นความร้อนมหาศาล  จะทำลายสิ่งมีชีวิตในโลกนี้หมดไปในทันที  ตอนนี้มีพระอาทิตย์ดวงเดียวก่อน กว่าจะเพิ่มเป็น 2 ดวง 3 ดวง ฯลฯ จนถึง 7 ดวง น้องกิ๊กก๊อกคาดว่า..คงอีกยาวนาน กว่าโลกจะร้อนขนาดนั้น 
                แต่ในปัจจุบันบางครั้งเรายังมีความรู้สึกว่าโลกของเรานั้น มีความร้อนผิดปกติ เพราะมีหลายสาเหตุประกอบกันที่ทำให้โลกเกิดความร้อน ที่ไม่ใช่เกิดจากกฎของธรรมชาติ แต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การเผ่าไหม้รถยนต์  ทำลายธรรมชาติ เป็นต้น
              โลกของเราเริ่มร้อนขึ้นทุกวัน ๆ ความร้อนที่เกิดขึ้นเพราะราคะ  ร้อนเพราะโทสะ ร้อนเพราะโมหะ ภายในจิตใจของมนุษย์นั้นต่างหากคือรากเหง้าแห่งวันสิ้นโลกโดยแท้..ตราบใดที่ยังมีไฟคือความร้อนเหล่านี้อยู่ ตราบน้้นวันสิ้นโลกย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้

             
              เมื่อโลกพินาศ แตกดับไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมืดมน สิ่งมีชีวิตจะเริ่มมาจากชั้นอาภัสสรพรหม ซึ่งก่อนที่โลกจะแตกดับ พวกเขาเคยเป็นมนุษย์ ได้สร้างบุญกุศล  รักษาศีล และเจริญภาวนา  เมื่อตายไปอยู่ในชั้นอาภัสสรพรหม มีสภาพเป็นกายทิพย์ มีฤทธิ์ทางใจ มีปีติเป็นอาหาร รัศมีแผ่ซ่านออกจากกาย ไม่มีเพศหญิง มีเพศเดียว ไม่มีราคะ ต่อเมื่อไปกินง้วนดิน  จึงเริ่มที่จะมีกิเลส มีความโลภ และทำให้มีเพศขึ้นมาใหม่ 
              

                (โปรดติดตาม....ตอนที่ 2 น้องกิ๊กก๊อกจะนำเรื่องไฟบรรลัยกัลป์มาฝากทุกท่าน ๆ เน้อ )

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โคราชรับบริจาค 58 ล้าน  ช่วยแล้วคนเจ็บ-เสียชีวิต 9.1 ล้านบาท พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีทำบุญงานรวมดวงใจ...